Graphic Design trend in digital marketing

Graphic Design Trend ปี 2022

Graphic Design หรือภาพกราฟฟิคประกอบการทำคอนเทนต์ ถือเป็นสื่อที่ดึงดูดความสนใจของผู้ที่พบเห็นได้เป็นอย่างดี นับว่ามีความสำคัญกับการทำ Content Marketing เป็นอย่างมาก ซึ่งจริงอยู่ที่ว่า ภาพกราฟฟิคสวยหรือไม่นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับสายตาและความพึงพอใจของผู้พบเห็น แต่ในการออกแบบนั้น หากเรารู้ถึงเทรนด์หรือกระแสความนิยม อาจจะทำให้เหล่านักออกแบบทำงานได้ง่ายขึ้น และออกแบบได้ตรงความต้องการลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยนะ 

ในบทความนี้ MarketingGuru ขอนำเทรนด์ Graphic Design ในปี 2022 มาฝากเหล่าดีไซน์เนอร์และครีเอเตอร์กันค่ะ 

1. Graphic ที่เน้นความเป็น Visual ที่มีความหลากหลาย

ใช้ส่วนเสริมต่างๆในการทำภาพกราฟฟิก เช่น ไอคอน, รูปภาพ เพื่อแสดงถึงความหลกหลายของเพศ ชนชาติ สีผิว รูปร่าง เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนที่หลากหลายได้มากยิ่งขึ้น

2. Content Marketing ที่แสดงข้อมูลเชิงสร้างสรรค์

ภาพกราฟฟิคประกอบคอนเทนต์ ควรมีการใส่ลูกเล่น ความคิดสร้างสรรค์ลงไป เพื่อให้ภาพดูน่าสนใจ แถมยังทำให้ข้อมูลโดยรวมน่าอ่านมากยิ่งขึ้นด้วย

3. Graphic ที่เน้นพื้นหลังให้โดดเด่น

การทำภาพกราฟฟิคให้มีสีสันสดใสเริ่มกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เนื่องจากสีเหล่านี้จะดึงดูดสายตา และยังช่วยให้ข้อมูลในภาพโดดเด่นออกมาอีกด้วย

4. ภาพกราฟิกที่มีไอคอนและภาพประกอบ

การใช้ไอคอน หรือภาพประกอบต่างๆ ถือเป็นตัวแทนในการสื่อความหมายของภาพได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำให้ภาพรวม ดูดีมากขึ้นอีกด้วย

5.Content Marketing ที่ฟอนต์ในภาพใช้ Serif

การใช้ฟอนต์แบบ Serif คือฟอนต์ที่มีเชิง หรือรูปแบบที่มีขีดเล็กๆ อยู่ที่ปลายตัวอักษร เรียกว่าเป็นแบบคลาสสิก ที่สามารถใช้ได้ตลอดกาล เพื่อช่วยสร้างความแตกต่างจากฟอนต์แบบทั่วไป นิยมนำมาใช้เป็นหัวข้อเพื่อทำให้โดดเด่นมากขึ้น 

6. สื่อสาร Content Marketing ผ่านมีม

มีม (Meme) เป็นคอนเทนต์ที่นิยมถูกนำมาใช้ เนื่องจากสามารถเข้าใจได้ทันทีที่เห็น ยิ่งถ้าเป็นมีมที่มีความไวรัล ก็จะเป็นการเพิ่ม Engagement ได้มากยิ่งขึ้น

7. Quote จากเหล่าคนดัง

Quote เป็นคำพูดหรือแนวคิดที่เหล่าองค์กร ผู้เชี่ยวชาญ หรือคนดัง ได้พูดไว้ตาม Video ต่างๆ การนำคำพูดเหล่านี้มาทำภาพกราฟฟิค จะเรียกความน่าสนใจจากผู้คนมากยิ่งขึ้น ทั้งดึงดูดจากชื่อเสียงของผู้พูด และแนวคิดที่น่าสนใจนั่นเอง

8. ภาพ Capture จากแพลตฟอร์มอื่นๆ

Content Marketing รูปแบบนี้ ถือเป็นการยกตัวอย่างความคิดเห็นในเรื่องนั้นๆจากแพลตฟอร์มอื่น และนำมาแลกเปลี่ยนข้อมูลในอีกแพลตฟอร์ม ซึ่งการทำคอนเทนต์แบบนี้ อาจจะต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมขออนุญาตเจ้าของโพสต์ด้วยนะคะ 

ภาพกราฟฟิค ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำ Content Marketing หากเหล่านักออกแบบทราบถึงเทรนด์ต่างๆในปี 2022 จะช่วยให้การดีไซน์เป็นเรื่องง่าย และถูกใจผู้คนมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ 

การทำภาพกราฟฟิค สำคัญมากสำหรับการตลาดออนไลน์ หากอยากมีบริการนี้ไว้คู่องค์กร อย่าลืมติดต่อ MarketingGuru นะคะ 🙂

ติดต่อ MarketingGuru

Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

Line: @marketingguru

โทร 02-381-9045

Read More...

วิธีเขียน Content ในส่วน Digital Marketing

วิธีเขียนคอนเทนต์เรียก Engagement บน Facebook

คำว่า ‘Engagement’ ถือเป็นอีกหนึ่งคำที่สาย Digital marketing รวมถึงสาย Content marketing คุ้นเคยเป็นอย่างดี ซึ่ง Engagement ถือว่ามีความสำคัญในการเขียนคอนเทนต์ รวมไปถึงการยิงโฆษณาออนไลน์ ซึ่งจะนิยมใช้ใน Facebook มากกว่าช่องทางอื่นๆ

Engagement ถือเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ตั้งแต่การเขียนคอนเทนต์ ไปจนถึงการสร้างโฆษณา ซึ่งหมายถึงการมีส่วนร่วม ทั้งการกด Like, Share, Comment การคลิกดูรูป และทุกอย่างที่เป็นการกระทำต่อคอนเทนต์นั้นๆ ซึ่งหากเราสามารถเขียนคอนเทนต์ให้เกิด Engagement เยอะๆได้ จะถือเป็นการเพิ่มการเข้าถึงและการมองเห็นโพสต์นั้นๆของเรา ให้แสดงให้หน้าฟีดและ Timeline มากขึ้นค่ะ 

แล้วต้องทำ Content Marketing แบบไหน ถึงจะเพิ่มยอด Engagement วันนี้ เรามีทริคมาฝากกันค่ะ

  •  เขียนคอนเทนต์แบบให้ความรู้

การนำเสนอคอนเทนต์แบบให้ความรู้ จะได้รับการมีส่วนร่วมมากกว่าการเขียนคอนเทนต์ขายแบบตรงๆ เพราะเมื่อผู้ชมอ่านแล้วรู้สึกชอบ และเห็นว่ามีประโยชน์ จะรู้สึกอยากกด Like & Share ค่ะ 

อย่างที่บอกไปเลยค่ะ ว่า Engagement คือการมีส่วนร่วมกับโพสต์ของเราในทุกๆรูปแบบ หากเราเขียนคอนเทนต์ในรูปแบบของ Album post จะทำให้เกิดการอยากกดดูภาพต่อไป นั่นแหละค่ะ อีกหนึ่ง Engagement ที่สร้างได้จากอัลบั้มเลยล่ะ

เทรนด์วิดีโอแบบสั้น ยังคงเป็นคอนเทนต์ที่เข้าถึงผู้คนได้ง่ายเสมอ และด้วยข้อมูลในส่วนนี้ ทำให้เหล่า Content Creator เองก็สามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับรูปแบบคอนเทนต์ของตนได้ ประกอบกับจะต้องเป็นเรื่องที่น่าสนใจ จะทำให้ความต้องการอยากคลิกชมของผู้ที่พบเห็นมีเยอะ ส่งผลให้ยอด Engagement เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกันค่ะ

  • เขียนคอนเทนต์แบบคำถาม ชวนให้คอมเมนต์

ในบางครั้ง คอนเทนต์เองก็ไม่จำเป็นต้องเป็นภาพกราฟิก หรือวิดีโอที่สวยและตัดต่อแบบมืออาชีพ การตั้งคำถามและชวนให้ผู้ที่พบเห็นแสดงความคิดเห็น ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะเพิ่ม Engagement ได้แบบไม่ยาก แต่จะต้องเป็นประเด็นที่น่าสนใจ และสามารถคอมเมนต์ได้แบบปลายเปิดนะคะ ไม่มีขอบเขตของคำตอบที่ถูกต้อง แบบนั้นจะยิ่งสร้างการมีส่วนร่วมได้แบบไฟลุกเลยค่ะ

  • สร้าง Content Marketing แบบ Real time

การเขียน Real time content ต่อจะให้เป็นสิ่งที่มาไวไปไว แต่เพียงแค่ช่วงสั้นๆ เราก็ไม่ควรปล่อยผ่านนะคะ หากเรานำเทรนด์มาเล่นให้น่าสนใจ จากเพียงแค่กระแสในระยะเวลาสั้นๆ อาจจะส่งผลให้ผู้ชมติดตามเราแบบระยะยาวได้เลยนะ 

  • การเลือกเวลาโพสต์ให้ถูก

เวลาโพสต์เองก็สำคัญต่อการทำคอนเทนต์เช่นกัน หากเราเลือกเวลาที่กลุ่มเป้าหมายกำลังใช้งานอยู่ ณ ขนาดนั้น อาจจะสร้างการมองเห็นและเข้าถึงได้มากกว่าเวลาอื่นๆ ซึ่งต้องบอกว่า เวลาโพสต์ที่เหมาะสม ในแต่ละเพจและแต่ละธุรกิจเองก็แตกต่างกัน แนะนำว่าลองโพสต์เวลาให้หลากหลาย แล้วค่อยวิเคราะห์จากข้อมูลเชิงลึกอีกครั้งดีกว่าค่ะ

  • เขียนคอนเทนต์ดีไม่พอ ต้องสม่ำเสมอด้วย 

วิธีนี้จะส่งผลดีต่อการรักษากลุ่มผู้ติดตามเดิม หากอยู่ๆ ธุรกิจไม่ได้ทำการอัปเดตเป็นเวลานาน นอกจากจะส่งผลต่อการมองเห็นในการกลับมาอัปเดตใหม่แล้ว ยังส่งผลต่อจำนวนผู้ติดตามที่อาจจะลดหายไปด้วย ดังนั้นการโพสต์อย่างสม่ำเสมอ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่ควรทำเป็นอย่างยิ่งค่ะ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับ Content Marketing เพิ่มเติมได้เลย

🔸 ทำไมการทำ Content จึงจำเป็นกับ Digital marketing agency

การสร้าง Content Marketing เรียกยอด Engagement ถือเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดคุณภาพคอนเทนต์ได้ดีเลยค่ะ หากเราเขียนคอนเทนต์ แล้วเกิดการมีส่วนร่วมเยอะ นั่นเป็นตัวบ่งบอกว่า คอนเทนต์ของเรามีความน่าสนใจ และเป็นที่พูดถึงของกลุ่มผู้ชม ทั้งนี้ ในแต่ละธุรกิจเอง ก็จำเป็นที่จะต้องทดลองโดยการโพสต์คอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ เพื่อวิเคราะห์ว่าคอนเทนต์เรื่องราวแบบไหน ถูกใจกลุ่มผู้พบเห็นมากที่สุด แล้วค่อยแทรกเทคนิคตามที่เรานำมาแบ่งปันไปข้างต้นค่ะ 🙂

Content Marketing ถือเป็นสิ่งที่ยังคงสำคัญกับการทำการตลาดออนไลน์ทุกช่องทาง ไม่เพียงแค่ Facebook เท่านั้น หากธุรกิจใดสนใจ อยากเพิ่มช่องทางนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีสร้างรายได้ สามารถทักมาขอคำปรึกษาฟรีกับ MarketingGuru ได้เลยค่ะ 

ติดต่อ MarketingGuru

Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

Line: @marketingguru

โทร 02-381-9045

Read More...

MG-BLOG-AUG-2

รู้จัก Facebook Video Ads ทำโฆษณา Facebook

Facebook เป็น Social Media Platform ที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมทุกเพศทุกวัย ด้วยการเป็นแหล่งรวบรวมของคอนเทนต์, เรื่องราว รวมถึงข่าวสารที่หลากหลายรูปแบบ ส่งผลให้แพลตฟอร์มนี้ กลายเป็นแหล่งโซเชียลมีเดียประจำของใครหลายๆคน และด้วยเหตุผลดังกล่าว ส่งผลให้นักการตลาดออนไลน์ นำช่องทางนี้ไปสร้างเป็นหนึ่งใน Online marketing คือการทำ Facebook Ads นั่นเอง

Facebook Ads หรือ โฆษณา Facebook นั้น มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน แต่ในบทความนี้ จะขอพาทุกคนไปทำความรู้จัก และทำความเข้าใจกับ Facebook Video Ads หนึ่งในรูปแบบโฆษณาที่เข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้ง่ายเลยก็ว่าได้ค่ะ

Video Facebook Ads คืออะไร ?

Facebook Video Ads คือการสร้างโฆษณา Facebook ในรูปแบบของวิดีโอ ซึ่งได้รับความนิยมและผลตอบรับที่ดีมาก เมื่อเทียบกับการทำโฆษณาในรูปแบบอื่น ด้วยการสื่อสารที่ผ่านภาพเคลื่อนไหวและเสียง ทำให้ง่ายต่อการบริโภคของผู้ชม โดยสามารถทำได้หลากหลายวัตถุประสงค์ ทั้งการเข้าถึง, การรับรู้, โปรโมตแคมเปญหรือโปรโมชัน รวมไปถึงสร้างภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากแบรนด์คู่แข่งด้วยเช่นกันค่ะ 

ประเภทของ Facebook Video Ads

  1. In-Stream Video ads

เป็นโฆษณา Facebook ที่คั่นระหว่างวิดีโอต่างๆ ซึ่งมีความยาว 60 วินาที โดย 15 วินาทีแรกนั้น ผู้ใช้งานไม่สามารถกดข้ามได้ แต่หลังจากนั้น จะเลือกได้ว่าต้องการดูต่อหรือกดข้าม เพื่อกลับไปดูวิดิโอที่เรากำลังรับชมก่อนหน้านี้

  1. Facebook Marketplace Video ads

เป็น Facebook Ads ที่ปรากฏอยู่ในหน้าของ Facebook Marketplace

  1. Facebook Stories ads

แบบโฆษณาแบบแนวตั้งและเต็มหน้าจอ จะปรากฏเมื่อเราดู Story ซึ่งมีความยาวประมาณ 15 วินาที แต่หากมีความยาวมากกว่านั้น จะเป็นการเล่นต่อเนื่องไปยังอีกหน้า Card ของ Story นั้นๆ

  1. Facebook Video Feed ads

รูปแบบนี้จะอยู่บนหน้าฟีดของ  Facebook Video Feed เมื่อเราเลื่อนดูวิดีโอไปเรื่อยๆ จะปราฏโฆษณารูปแบบนี้แทรกขึ้นมาระหว่าง Organic Video

ส่วนประกอบของ Facebook Video Ads

โดยในส่วนนี้นั้น จะขออธิบาย โดยใช้ตัวอย่างจาก Video Facebook Ads ของ Blackmore

  1. Account Link 

ชื่อแบรนด์ที่ผู้ใข้งานสามารถคลิกเพื่อไปยังหน้าเพจได้ ซึ่งด้านใต้ชื่อเพจ จะแสดงคำว่า Sponsor ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่านี่คือ Facebook ads

  • Primary Text 

แคปชันหรือ Copy Writing ที่อธิบายเกี่ยวกับโฆษณานั้นๆ หากไม่ต้องการให้แสดง ‘อ่านเพิ่มเติม / Read more’ จะต้องมีความยาวไม่เกิน 125 ตัวอักษร

  • Video View

Video Display โดยจะเริ่มเล่นอัตโนมัติ อาจจะเป็นการเปิดเสียงแบบอัตโนมัติ หรือแค่แสดงรูปภาพแล้วผู้ใช้งานสามารถกด Play เพื่อเริ่มเล่นก็ได้เหมือนกันค่ะ

  • Headline

เป็นหัวข้อโฆษณา Facebook ซึ่งจะต้องมีความยาวไม่เกิน 40 ตัวอักษร เพื่อให้แสดงได้ครบแบบที่คำไม่ตกหล่น

  • ปุ่ม Call-to-action

เป็นปุ่มที่ผู้ชมสามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดเพื่มเติม, ซื้อสินค้า, ทักข้อความ หรืออื่นๆที่แบรนด์กำหนดไว้ ซึ่งจะทำให้เราทราบ Conversion Rate ว่ามีผลเป็นอย่างไร จากการกดเข้ามาของผู้ชม

ข้อกำหนดในการทำ Facebook Video Ads

  • ต้องเป็นไฟล์ประเภท MP4, MOV หรือ GIF
  • โฆษณาประเภท In-Feed Ads ควรใช้สัดส่วน 4:5 เพื่อแสดงได้แบบเต็มจอ
  • ความยาววิดีโอ มีได้ตั้งแต่ 1 วินาที – 240 นาที (สำหรับ In-Feed Ads)
  • ทุกรูปแบบควรมีขนาดไฟล์ไม่เกิน 4GB
  • Minimum Resolution ไม่ควรต่ำกว่า 1080×1080 px

 

เคล็ดลับการทำ Video Facebook Ads 

1.สร้างโฆษณา Facebook ให้เข้าใจ แม้จะไม่มีเสียงประกอบ 

จากสถิติ Facebook เผยว่า 80% ของผู้ใช้งานไม่นิยมวิดีโอที่เปิดเสียงอัตโนมัติ ดังนั้น Facebook จึงได้พัฒนาการเล่น  Facebook Video Ads แบบปิดเสียง และสามารถกดเปิดเสียงได้ หากผู้ชมต้องการ

นอกจากนี้ หากวิดีโอนั้น มีการเพิ่ม Subtitle จะช่วยเพิ่มการเข้าชมได้นานถึง 12%

2.เรียกความสนใจภายใน 3 วินาที

คอนเทนต์ที่น่าสนใจ จะไม่ทำให้เกิดการเลื่อนผ่าน ซึ่งหากผู้ชมกวาดสายตาดูในช่วง 3 วินาทีแรก แล้วอยากดูต่อ จะสามารถเพิ่มโอกาสในการขายได้ ดังนั้น ควรแทรกจุดขาย, Highlight หรือสิ่งที่ต้องการนำเสนอให้ได้ภายในช่วงแรก

และจากสถิติ Facebook 33% ของผู้ชมจะหยุดดูวิดีโอจากแบรนด์ที่ตนชอบ การสร้างคอนเทนต์ที่ทำให้ผู้ชมเห็นแบรนด์ของเรา จะช่วยเพิ่ม Engagement ได้อีกทางหนึ่งด้วยเช่นกัน

3.คำนึงถึง Mobile Friendly 

ผู้ชมส่วนใหญ่นิยมใช้มือถือมากกว่า ดังนั้นในการออกแบบ Video ทั้งสัดส่วนและการแสดงของแคปชัน ควรคำนึงถึงการปรากฏในอุปกรณ์มือถือมากกว่าคอมพิวเตอร์

4.Retarget ผู้ใข้งานที่เคยดูวิดิโอ

เป็นการกระตุ้นการตัดสินใจของผู้ที่เคยซื้อหรือเป็นลูกค้าของแบรนด์อยู่แล้ว โดยใช้โฆษณา Facebook เพื่อสร้างการซื้อซ้ำ จากกลุ่มลูกค้าเดิม ถือเป็นการรักษาฐานลูกค้าด้วยค่ะ

5.สร้าง Poll บนโฆษณา

สร้าง  poll เพื่อให้ผู้ใข้งานสามารถแสดงความเห็นในรูปแบบของสติ๊กเกอร์ ซึ่งทาง Instagram Storie ก็สามารถทำได้เช่นกัน 

ขอบคุณที่มา: Adepresso & stepstraining.co

Facebook Video Ads ถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบโฆษณา Facebook ที่อยากจะแนะนำเหล่าร้านค้าออนไลน์ และธุรกิจที่มีช่องทางการตลาดออนไลน์ได้ลองทำค่ะ ด้วยการเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่ง่าย และได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ชม และหากเรารู้ถึงวิธีในการทำ รับรองว่า Chat ร้อนแรงดัง Fire เลยล่ะค่ะ 

หรือใครที่กำลังมองหา Digital marketing agency เพื่อดูแลการตลาดออนไลน์ให้กับธุรกิจตนเอง อย่าลืมนึกถึง MarketingGuru นะคะ พร้อมให้บริการการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร ตอบโจทย์ทุกรูปแบบธุรกิจอย่างแน่นอนค่ะ 

🧡 ติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษา ฟรี! 🧡

👉🏻 Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

👉🏻 โทร 02-381-9045

👉🏻 Line คลิก > https://page.line.me/marketingguru

หรือแอด Line : @marketingguru

👉🏻 E-mail: [email protected]

Read More...

MG-Blog 4

สร้างแบรนด์ดัง ปังๆด้วยคอนเทนต์ TikTok

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แอปพลิเคชันที่มาแรงในปีนี้ คือ TikTok ซึ่งเป็นแอปฯที่นำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบของ VDO แบบสั้น ที่มีประเภทคอนเทนต์ที่หลากหลาย ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนรู้จักเจ้านี่ดีกันอยู่แล้ว แล้วรู้กันมั้ยคะ ว่าการทำคอนเทนต์บนช่องทางนี้ จะต้องมีเคล็ดลับหรือ How to สู่การเป็นดาว TikTok อย่างไร.. 

วันนี้จะมาแชร์ทริคเล็กๆในการปั้นคอนเทนต์ให้เด่นดังจนปังสู่การดาวกันค่ะ

ก่อนอื่นขอเท้าความก่อนเจ้าแอปฯนี้ จะเน้นคลิปวิดีโอสั้น 1 และ 3 นาที และที่สำคัญคอนเทนต์ TikTok จะทำให้ครีเอเตอร์นั้นๆโด่งดังขึ้นมาได้ไม่ยากเลยค่ะ (หรือที่ในทุกวันนี้เรียกกันว่า TikToker)

ทริคปั้น คอนเทนต์ TikTok ที่ใครเห็นจะไม่กดออกจากแอปฯแน่นอน มีดังนี้..

  1. สร้างคอนเทนต์ที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย Snackable Content

เนื่องจากมีเวลากำหนด ดังนั้นควรนำใจความหรือประเด็นหลักอยู่ในช่วง ไม่ยืดเยื้อ และจบให้ไว สิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง คือการทำเนื้อหายาวเกินไปแล้วต้องให้คนไปติดตามในคลิปต่อไป ถ้าทำแบบนี้เนี่ย ต้องมั่นใจว่า คอนเทนต์ TikTok ของเราดีจริงๆนะ เพราะคนส่วนใหญ่ที่เล่น TikTok จะชอบดูคลิปนี้แล้ว ปัดไปดูคลิปต่อไปทันทีมากกว่า จำไว้ว่า ทำให้จบในคลิปเดียว จะดีที่สุดค่า

  • เทคนิคการทำคอนเทนต์Tiktok ที่นำไปปรับใช้ได้ อัพเดต 2025
  • เริ่มด้วย hook ที่น่าสนใจภายใน 3 วินาทีแรก
  • ใช้การตัดต่อที่กระชับ เปลี่ยนฉากทุก 5-7 วินาที
  • เล่าเรื่องแบบตรงประเด็น ไม่อ้อมค้อม
  • ใช้ข้อความบนหน้าจอเพื่อเน้นประเด็นสำคัญ
  • จบด้วย call-to-action ที่ชัดเจน
  1. ทำคลิปแนวตั้ง

อันนี้เหมือนเป็นสิ่งที่ ‘ต้องทำ’ มากกว่า ‘ควรทำ’ ส่วนใหญ่แล้ว คนที่ทำคอนเทนต์ TikTok เป็นคลิปแนวนอนนั้น จะเป็นการเอาคลิปที่เคยลง YouTube มาใส่ในแอปฯนี้อีกทีมากกว่า ซึ่งจะทำให้คลิปนั้นมีสัดส่วนที่เล็กเกินไปนั่นเอง

  1. สร้างคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน

ไม่ว่าคุณอยากจะเฉิดฉายบนแพลตฟอร์มไหน คาแรกเตอร์ เป็นสิ่งที่ต้องมี! โดยใช้คารแรกเตอร์นี่แหละ มานำเสนอผ่านคอนเทนต์ของเรา เช่น เน้นแนวสนุกสนาน, ทำคอนเทนต์เป็นละคร, หรือเน้นการเล่าเรื่องไปเลย ซึ่งการมีคาแรกเตอร์นี้ จะช่วยทำให้ผู้ชมจดจำเราได้ง่าย และนำไปสู่การติดตามจนเป็นดาวนั่นเอง

  1. ใช้ดนตรีและ Hashtag

การทำ Content TikTok นี่ทำให้เพลงดังมากแล้วหลายเพลงเชียวน้าาา เพราะครีเอเตอร์มักเลือกมาใส่ในคลิปนั่นแหละะะะ ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะเลือกเพลงอะไรมาใส่ก็ได้นะคะ อาจจะต้องดูว่าเข้ากับคอนเทนต์ของเราด้วยหรือไม่ 

การใช้ Hashtag ก็มีผลต่อผู้เล่น TikTok เหมือนกัน เพราะเป็นเหมือนศูนย์รวมที่ทำให้เราค้นหาคลิปได้ง่าย ยิ่งหาก hashtag นั้นกำลังเป็นที่พูดถึง ก็จะทำให้คลิปของคุณเป็นที่รู้จักได้ง่ายเช่นกัน

  1. เน้นความเป็นตัวเองและจริงใจ

TikTokerต่างแสวงหาคอนเทนต์ที่มีความจริงใจและเป็นธรรมชาติมากขึ้น เป็นช่องทางที่ใช้คอนเทนต์สร้างชื่อเสียง ไม่เกี่ยวกับเทคนิคการตัดต่อ หรือโปรดักชันแบบเล่นใหญ่เลยนะ การสร้างคอนเทนต์แบบ Perfect หรือการจัดฉากที่ดูเกินจริงกำลังจะหมดความนิยมลง VDO โฆษณา แบรนด์และครีเอเตอร์ที่ประสบความสำเร็จต้องกล้าที่จะแสดงความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง เพราะคนเล่น TikTok ชอบเสพความเรียล และความเป็นธรรมชาติ

  1. ไม่ขายตรง

จากข้อ 5. ที่บอกว่าคนเล่น TikTok ชอบเสพความเรียล และความเป็นธรรมชาติ แน่นอนว่าหากใส่โฆษณาหรือแทรกขายแบบตรงๆ (ที่เน้นยิ่งกว่าคอนเทนต์หลัก) อาจจะทำให้คนปัดเลื่อนหนีก็เป็นได้ แต่เราสามารถใช้แทรกขายได้นะคะ แต่อาจจะต้องมีเทคนิคหรือช่วงแทรกนิสนุงงง ไม่ใช่เน้นเป็นการขายจ๋าไปเลยค่ะ

การทำคอนเทนต์ในทุกช่องทาง จะทำออกมาอย่างไรนั้น ให้มองว่าถ้าเราเป็นคนดู เราชอบแบบไหน คอนเทนต์ TikTok ก็เช่นกัน ลองสมมติหรือลองเล่น TikTok เอง แล้วถามตัวเองกลับว่าเราชอบดูคลิปแบบไหน จะทำให้เราเข้าใจ และสร้างสรรค์คอนเทนต์ออกมาถูกใจคนดูที่สุดค่ะ 

การตลาดออนไลน์มีเยอะไปหมดดดดด อยากมีเพื่อนคู่คิด มิตรแท้ธุรกิจในยุคนี้ล่ะก็.. ต้องมี MarketingGuru แล้วมั้ยยยย คิดจะทำการตลาดออนไลน์ อย่าลืมให้เราดูแลนะค้า

ติดต่อ MarketingGuru

Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

โทร 02-381-9045

Line: @marketingguru

E-mail: [email protected]

Read More...

MG-Blog-April-8

บรีฟงาน Digital marketing agency ให้ได้งานถูกใจ

การทำงานกับ Digital marketing agency ในเรื่องของการทำ Online marketing นั้น จะต้องมีการบรีฟงานเพื่อคุยรายละเอียด ซึ่งเป็นการสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน แล้วแบบไหนล่ะที่เรียกว่าเป็นการบรีฟที่ดี ทั้งต่อเจ้าของธุรกิจและกับ Digital marketing agency ด้วย ?

หลักการบรีฟงาน Digital marketing agency ให้องค์กรของคุณได้งานที่ถูกใจแบบสุด มีดังต่อไปนี้

  1. บรีฟ Digital marketing agency โดยการแนะนำสินค้าอย่างละเอียด

ปกติแล้วก่อนจะร่วมงานกัน ทางเอเจนซี่จะต้องทราบถึงสินค้าและบริษัทของคุณอยู่แล้ว ว่าทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร แต่การแนะนำธุรกิจนั้น เป็นเพียงแค่ขั้นต้น เมื่อถึงขั้นตอนการบรีฟงาน ควรแนะนำสินค้าและธุรกิจอีกครั้งอย่างละเอียด ตามหัวข้อต่อไปนี้

– บริษัทของคุณ ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร?

– มีสินค้าหรือบริการใดที่เป็นที่นิยม?

-จุดเด่นของสินค้าหรือบริการคืออะไร ?

-เคยทำโปรโมชันหรือตอนนี้กำลังมีโปรโมชันอะไรอยู่บ้าง?

-แคมเปญในครั้งนี้ ต้องการเน้นส่วนไหนเป็นพิเศษ?

หากคุณสามารถบรีฟเอเจนซี่ด้วยการตอบคำถามต่อไปนี้ได้ จะทำให้ Digital marketing agency วางแผนทำการตลาดออนไลน์ได้ง่ายและตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้

  1. แชร์ประสบการณ์การทำการตลาดออนไลน์ที่ผ่านมา  

การบอกเล่าถึงประสบการณ์จากการทำการตลาดออนไลน์ที่ผ่านมา โดยอาจจะเคยทำเอง หรือผ่าน Digital marketing agency รายอื่นมา จะทำให้เอเจนซี่ทราบถึงปัญหาและหาแนวทางแก้ไขในการทำแคมเปญร่วมกันในครั้งนี้ ซึ่งสิ่งที่คุณจะต้องแชร์ ตามหัวข้อต่อไปนี้ ได้แก่

-ให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มไหน ?

– เคยทำการตลาดผ่านช่องทางไหนมาแล้วบ้าง ?

– ลองทำการตลาดออนไลน์ หรือ Online marketing มาบ้างหรือไม่ ?

– ผลตอบรับจากการทำการตลาดทุกช่องทางเป็นอย่างไร ?

– แคมเปญไหนที่เคยทำแล้วประสบผลสำเร็จมากที่สุด ?

– ทำเองหรือจ้าง Digital marketing agency ทำ ?

– หากทำเอง มีทีมงานในตำแหน่งไหนคอยช่วยเหลืองานครั้งนี้หรือไม่ ?

– ถ้าเคยจ้าง Digital marketing agency เคยประทับใจหรือเกิดปัญหาไหนหรือไม่ ?

หากคุณสามารถบรีฟรายละเอียดทั้งหมดนี้ให้กับ Digital marketing agency ได้ รับประกันเลยว่า งานที่ออกมานั้น จะถูกใจแบบสุด!! แถมยังอาจจะไม่ต้องแก้ไขหลายรอบด้วยนะ ธุรกิจแฮปปี้ เอเจนซี่ก็สบายใจอีกด้วย~

ตามหา Digital marketing agency ที่ดีมาอยู่ใกล้ตัว ไม่ต้องมัวไปมองไกล ทักมาหาเราได้เลยค่ะ 😝

ติดต่อ MarketingGuru

Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

โทร 02-381-9045

E-mail: [email protected]

… ติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษาด้าน Digital Marketingได้ ฟรี! …

#DigitalMarketing #การตลาดออนไลน์ #MarketingGuru

Read More...

MG-Blog-April-5

Youtube SEO เทรนด์ที่คนอยากติด SEO ต้องทำ

เชื่อว่าหลายๆคนทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าสื่อที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดีที่สุดคือ ‘VDO’ ด้วยความที่ง่ายต่อการรับชม มีทั้งภาพและเสียงในสื่อเดียว การทำ SEO ให้กับ VDO หรือทำ Youtube SEO นั้น จึงเป็นสิ่งที่สายคอนเทนต์ต้องหาทำสุดๆ บวกกับมีหลายๆแหล่งข่าวออกมาสรุปเทรนด์การทำ SEO ของปี 2021 ที่มีเรื่องนี้อยู่แล้วด้วยนั้น ยิ่งทำให้ประเด็นนี้น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

.

แล้วเราจะทำ Youtube SEO ได้อย่างไรล่ะ ?

  1. ความยาวของ VDO ไม่ต่ำกว่า 1 นาที เพราะ..

ยิ่งความยาวของ VDO เหมาะสม ยิ่งทำให้รักษาผู้ชมให้อยู่กับ VDO ได้นานเท่านั้น

Bot ของ Youtube จะมองว่า VDO ที่มีความยาวน้อยกว่า 60 วินาที เป็นสแปม

นอกจากนี้ ยังมีองค์ประกอบย่อยๆในหัวข้อนี้ ที่ Youtube นำมาพิจารณาร่วมตามอัลกอริทึม ได้แก่

– จำนวนคอมเมนต์

– จำนวนไลก์

– จำนวนเวลาที่ถูกชมโดยรวม

– จำนวนการถูกแชร์ไปยัง Social Network

หลักการง่ายๆคือ “หากอยากทำ Youtube SEO  ควรสร้าง VDO ที่มีเนื้อหาและคุณค่าในความยาวที่เหมาะสม”

.

  1. ชื่อ VDO Youtube

ข้อผิดพลาดในการทำ SEO VDO ที่พบบ่อย คือตั้งชื่อได้ไม่ดีพอ ทั้งในส่วนของไฟล์ VDO และชื่อ VDO

หากคุณไม่อธิบายรายละเอียดหรือเนื้อหาของไฟล์ VDO ก่อนการอัปโหล Bot ของ Youtube จะไม่สามารถเข้าใจได้ ว่า VDO ของคุณเกี่ยวข้องกัยอะไร

วิธีเพิ่มรายละเอียดของชื่อไฟล์และคำอธิบาย ทำได้โดย

-คลิกขวาที่ไฟล์วิดีโอ เลือก “Properties”

-ใส่ชื่อไฟล์วิดีโอที่คุณต้องการในส่วนของ File Name และ Title ให้มี Primary Keyword และ Secondary Keyword ร่วมอยู่ด้วย

-ใส่หัวข้อรอง ในส่วนของ Subtitle ให้มี Secondary Keyword อื่น ๆ (ที่ไม่ซ้ำกับ File Name และ Title) ร่วมอยู่ด้วย

-ใส่ Rating ให้เป็น 5 ดาว

-ใส่ Keyword อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในวิดีโอ ในส่วนของ Tags

-ใส่คำอธิบายในส่วนของ Comments ว่าวิดีโอมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร

-บันทึก (Save)

หลังจากทำการอัปโหลด รวมถึงก่อนการเผยแพร่ ต้องแน่ใจว่า ชื่อ VDO (Title) บน Youtube กับชื่อไฟล์ VDO (File Name) เป็นชื่อเดียวกัน

.

  1. คำอธิบาย VDO 

หนึ่งในเคล็ดลับการทำ Youtube SEO คือการเชื่อมโยง VDO ไปยังหน้า Landing page บนเว็บไซต์ของคุณ หรือ Social Network ต่างๆ โดยการแนบลิงก์ในคำอธิบาย VDO เช่น สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่…, สั่งซื้อได้ที่.. เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของคำอธิบายในวิธีอื่นๆ เช่น

– คำอธิบายต้องยูนีค ไม่ซ้ำใคร จริงๆแล้วถ้า VDO มีคำอธิบายซ้ำ จะมีการปรับโทษ

– คำอธิบายควรมีอย่างน้อย 200 คำ

– ใช้ Secondary Keyword หรือคำค้นหาที่มีความสำคัญรองจากคำหลัก

– ควรใช้ Keyword แต่ละคำเพียงครั้งเดียวในคำอธิบาย 

  1. การเพิ่ม Subtitle

การใส่ Subtitle เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะจะทำ ให้ Youtube เข้าใจเรื่องราวที่เกี่ยวข้องในคลิปมากขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ SEO VDO ให้ดีมากยิ่งขึ้น

.

  1. เพิ่ม Timestamps ในแต่ละ VDO

ในปัจจุบัน Google มี Key Moment บนหน้าผลการค้นหา เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกชม VDO เฉพาะส่วน หรือช่วงที่ต้องการรับชมได้ การสร้าง Timestamp จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้คุณมีโอกาสติดอันดับการค้นหาของ Google Search และติด Youtube SEO  นั่นเอง

การเพิ่ม Time Stamps สามารถทำได้ 3 ส่วนด้วยกัน

– บนตัวเล่น VDO: แบ่งช่วงของ VDO โดยเมื่อนำเมาส์ไปสัมผัส จะปรากฎเป็นชื่อของช่วงนั้นๆ

– ในคำอธิบาย VDO: ระบุช่วงเวลาของแต่ละช่วงลงในส่วนของคำอธิบาย

– ใน Comment: แสดงความคิดเห็นระบุช่วงพร้อมชื่อ และปักไว้เป็น Top Comment 

.

  1. สร้าง Youtube Playlist บนช่อง

การทำเพลย์ลิสต์เป็นขั้นตอนสุดท้าย เมื่อทำการอัปโหลด VDO เสร็จแล้ว ซึ่งเป็นการช่วยจัดหมวดหมู่ VDO ให้เป็นระเบียบและง่ายต่อการรับชมมากขึ้น โดยทำการเพิ่ม Keyword ที่เกี่ยวข้องไว้ในชื่อของแต่ละ Palylist ด้วย จะทำให้การทำ SEO ได้ผลยิ่งขึ้น

.

  1. ทำภาพตัวอย่างของ VDO 

การทำภาพ VDO Thumbnail หรือภาพตัวอย่าง สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้ ซึ่งในภาพ นอกจากจะเป็นรูปที่เกี่ยวข้อง ยังสามารถใส่ข้อความบ่งบอกว่า VDO ของคุณเกี่ยวกับอะไรได้อีกด้วย 

สามารถทำได้โดย การเพิ่มภาพตัวอย่างที่กำหนดเอง โดยคลิก”Custom thumbnail” ทำการอัปโหลด

4 สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการสร้างภาพตัวอย่างวิดีโอ

-ขนาดรูปภาพ 1280 x 720 px

-ขนาดไฟล์ภาพต้องน้อยกว่า 2MB

-ใช้สีสดใส หรือผสมผสานระหว่างสีสันสดใสสองสี วิธีนี้จะช่วยให้ภาพตัวอย่างวิดีโอของคุณโดดเด่น

-ชนิดไฟล์ภาพต้องเป็น .JPG, .BMP, .GIF, .PNG

.

  1. ปรับแต่ง Youtube Channel

ในหน้าโปรไฟล์ของคุณ สามารถใส่ข้อมูลเพื่อให้ Bot ของ Youtube ทราบเนื้อหา การปรับแต่ง Channel Profile สามารถเพิ่มอันดับของ SEO VDO ในผลการค้นหา หรือเพิ่มประสิทธิภาพของ Youtube SEO นั่นเอง

โดยต้องคำนึงถึง 4 ส่วนในการปรับแต่ง ดังนี้

– ภาพพื้นหลังและรูปโปรไฟล์

– ภาพปกของ Channel

– คำอธิบายเกี่ยวกับช่องของคุณ เพื่อให้ Bot ของเครื่องมือค้นหาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ VDO ของคุณมากขึ้น และอย่าลืมเพิ่ม Keyword รองในส่วนต้นๆของประโยค ที่ไม่ซ้ำกันประมาณ 2-3 ตำแหน่ง

– เพิ่มลิงก์ไปยังเว็บไซต์หรือหน้า Social Media ช่องทางอื่นๆ

– สมัครรับข้อมูลหรือ Subscribe *ทำการ Subscribe ช่องอื่นที่มีความใกล้เคียงกัน Bot ของ Google และ Youtube จะเข้าใจ VDO มากขึ้น

.

  1. แชร์ VDO ไปยัง Social Media

หากเป็นเมื่อก่อน การทำ SEO จะขึ้นอยู่กับช่องทางบนเว็บไซต์ แต่ปัจจุบัน Google รวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทุก Social Media มาเป็นส่วนในการตัดสินใจจัดลำดับ และทำให้การทำ SEO VDO ดีขึ้นอีกด้วย เช่น

– การเชื่อมช่อง Youtube เข้ากับบัญชี Facebook / Twitter แบบอัตโนมัติ กล่าวคือ เมื่อมีการอัปโหลด VDO จะถูกส่งไปยังช่องทางเหล่านนี้อัตโนมัติ

– โพสต์ไปยังช่องทาง Social media ส่วนตัว

– ซื้อบริการแชร์วิดีโอไปยังบัญชีโซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยม

.

  1. สร้าง Blacklink ไปยัง Youtube และ Embed VDO

สามารถสร้าง Youtube SEO ได้โดยการ

– นำลิงก์ VDO ไปเผยแพร่ในบล็อก, Pinterest, Tumblr, และลายเซ็นต์ของอีเมลได้ รวมถึงเพิ่ม VDO ในเว็บส่วนตัว (หากมี) โดยอาจจะทำ 3-4 ลิงก์/สัปดาห์

– จำนวน Embed ของ VDO ก็จะถูกนำมาพิจารณาด้วยเช่นกัน

– แชร์ลิงก์ไปยัง Social Media ทั้งส่วนตัวและธุรกิจ

– การส่งวิดีโอไปยัง OnlyWire (onlywire.com) : เป็นตัวช่วยในการส่งวิดีโอไปยัง Social Bookmark ได้ทีละหลาย ๆ เว็บภายในครั้งเดียว

– ส่งไปยังเว็บไดเรกทอรีและเว็บโปรไฟล์ธุรกิจต่าง ๆ

-Guest Post: เขียนบทความในบล็อกหรือเว็บไซต์พันธมิตรของคุณ แนบลิงก์หรือ Embed วิดีโอไว้ในเนื้อหานั้น ๆ

– โพสต์ไปยังเว็บกระทู้ต่าง ๆ

.

การทำ SEO VDO ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ติด Youtube SEO ได้ แต่ทั้งนี้ แต่ละคน อาจจะมีวิธีการหรือเทคนิคในการทำที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ลองนำวิธีที่ MarketingGuru นำมาแชร์ไปปรับใช้กันดูนะคะ

หรือใครที่ยังมองว่าการทำ Youtube SEO อาจจะยุ่งยากไป ลองทักมาปรึกษา MarketingGuru ได้นะค้า ยินดีให้บริการสุดๆไปเลย 😍

ติดต่อ MarketingGuru

Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

โทร 02-381-9045

E-mail: [email protected]

… ติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษาด้าน Digital Marketingได้ ฟรี! …

#DigitalMarketing #การตลาดออนไลน์ #MarketingGuru

Read More...

blog

Content สำคัญกับ Digital marketing agency

ทำไมการทำ Content จึงจำเป็นกับ Digital marketing agency

Content is king ประโยคที่เหล่า Digital marketing agency หรือนักการตลาดออนไลน์ต้องจำให้ขึ้นใจ ไอ้เจ้าคอนเทนต์นี่แหละ ตัวกำหนด ชี้ชะตา และสร้างรายได้ของจริงเลยนะ แต่ทำไมถึงได้บอกแบบนี้ ? วันนี้จะมาไขข้อสงสัย หรือล้วงความจริงกัน ว่าทำไม Digital marketing agency ถึงต้องให้ความสำคัญกับคอนเทนต์กันนัก 

 

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า Digital marketing agency มีหน้าที่อะไร ?

 

Digital marketing agency คือบริษัทที่ให้บริการด้านการตลาดออนไลน์ ทั้งให้คำปรึกษา ตลอดจนเป็นผู้ดูแลช่องทาง Online marketing ให้กับธุรกิจต่างๆ รวมถึงสนับสนุนด้านการตลาดและการโฆษณาในทุกๆช่องทางออนไลน์เช่นกัน

 

ทีนี้มาเข้าใจถึงคำว่า Content ตั้งแต่รากศัพท์กันก่อน..

 

Content คือ การสื่อสารเนื้อหาแบบทั่วไป ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบของข้อความ, รูปภาพ หรือวิดีโอก็ได้

 

และ..

Content marketing ซึ่งก็คือ Content ที่นำมาดัดแปลงให้เกิดเป็นสื่อในการขาย เป็นได้ทุกรูปแบบเช่นกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร และกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการนั่นเอง ซึ่งเจ้าตัวนี้แหละสำคัญมากๆ เพราะทุกธุรกิจจำเป็นต้องมีตัวกลางในการไปตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนให้เป็นกลุ่มลูกค้า และนี่แหละ งานหลักของ Digital marketing agency เค้าล่ะ..

 

สิ่งสำคัญที่สุด คือเมื่อคุณเข้ามาทำมาค้าขายบนโลกออนไลน์แล้วนั้น มันยากมากนะที่ลูกค้าจะมาเห็นสินค้าจริงของเรา เพราะเราไม่สามารถให้ทดลองผ่านช่องทางนี้ได้ยังไงล่ะ ดังนั้นการสร้าง Content marketing จึงเป็นสิ่งสำคัญของชาว Digital marketing Agency ที่จะต้องคอยครีเอทสื่อพวกนี้ออกมาให้เปลี่ยนเป็นรายได้ให้ได้ ถามว่ายากไหม ก็ต้องตอบว่า ทุกอย่างที่เล่นกับใจคน ไม่มีคำว่าง่ายหรอก

 

แล้วเหล่า Digital marketing agency มีวิธีการครีเอทคอนเทนต์กันแบบไหนบ้างนะ ?

เรื่องหลักการสร้างคอนเทนต์ไม่มีอะไรตายตัว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคน แต่ละเจ้ามากกว่า ว่าจะเลือกใช้หลักการใด แต่จะขอสรุปให้เป็นภาพรวม ว่าจริงๆแล้วนั้น Content marketing ที่ดี นั้นควรเป็นอย่างไร

 

  1. เป็นอะไรที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร เห็นแล้วจดจำได้ง่าย การเลื่อนฟีดลงมาแล้วเจอแต่เนื้อหาเดิมๆ มันน่าเบื่อใช่ไหมล่ะ ? นั่นล่ะ จำไว้อย่าหาทำอะไรซ้ำซาก
  2. สมเหตุสมผล กล่าวคือ ไม่โอ้อวด หรือ Overclame สามารถพิสูจน์ได้จริง อย่าหลอกลวงผู้บริโภคนะ
  3. เล่นกับความรู้สึกคนได้ หรือที่เรียกว่ามันทัชใจอะไรประมาณนั้น เราต้องมีในใจก่อนว่าอยากให้คนที่เสพคอนเทนต์นี้ไปรู้สึกแบบไหน? ประทับใจ ? จดจำ ? หรือต้องการซื้อ ?
  4. รู้จักทั้งสินค้าลูกค้าและคู่แข่งลูกค้า อีกหนึ่งข้อมูลที่เหล่า Digital marketing agency ห้ามพลาด คือคู่แข่งของลูกค้า เพราะการรู้จักแค่สินค้าของลูกค้าไม่พอ ที่ดีไปกว่านั้นคือการต้องรู้จักไปถึงคู่แข่ง เพื่อการสร้างคอนเทนต์ที่ดีและมีประสิทธิภาพกว่า

 

ยังยืนยันอีกทีว่า Content marketing คือหัวใจหลักของการทำการตลาด ยิ่งเป็น Online marketing มากเท่าไหร่ Content is king ของจริงเลยล่ะ!! หาก Digital marketing agency รายไหน จับจุดความต้องการถูก เข้าใจวัตถุประสงค์ของธุรกิจ เลือกกลุ่มเป้าหมายตรง ยังไงก็ขายออก

 

ปล่อยให้เรื่องของ Content marketing เป็นหน้าที่ของ Digital marketing agency ดีกว่า หากสนใจหรือต้องการปรึกษาการทำการตลาดออนไลน์ ต้อง MarketingGuru นะคะ

สามารถติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษาจาก MarketingGuru ได้ฟรี

คลิก m.me/marketingguru.io  หรือโทร 02-381-9045 

Read More...

MG-1-1

บรีฟกราฟฟิกอย่างไรให้ตรงใจ

“ถ้าภาพไม่น่าสนใจผมก็ปล่อยผ่านไม่อ่านเลยนะ”
“กราฟฟิกยังไม่ค่อยโดนใจเลยอะค่ะ ขอเเบบใหม่นะคะ”

 

เชื่อว่าคำที่คนทำกราฟฟิกหลาย ๆ คนต้องเคยได้ยินและหนักใจไปตาม ๆ กันเพราะงานที่ทำออกมาดันไม่ถูกใจลูกค้าซะงั้น แต่ในทางกลับกันเชื่อว่าฝั่งลูกค้าเองก็คงไม่ชอบใจและไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเช่นกัน ซึ่งต้องขอบอกก่อนว่างานกราฟฟิกถึงเป็นประเด็นสำคัญลำดับต้น ๆ ที่ทำให้คนอ่านคอนเทนต์นั้นเพิ่มขึ้นเลยก็ว่าได้ ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการมีภาพประกอบที่น่าสนใจดึงดูดให้โพสต์นั้นน่าสนใจมากขึ้นมาก ดังนั้นกว่าจะผ่านให้โพสต์ออกไปได้ย่อมต้องพิจารณาดี ๆ กันหน่อย เพราะเราเข้าใจดีว่าผลสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นบรีฟหรือคนทำ ต่างคนต่างอยากให้ได้มาซึ่งผลงานที่ดีตรงใจลูกค้ากันทั้งนั้น

แล้วต้องทำยังไงล่ะ ให้กราฟฟิกออกมาดีก็ชั้นไม่ใช่คนทำ Graphic Design นี่!
เพราะเราไม่ใช่ Graphic Design แต่เราต้องพึ่ง Graphic Design นี่แหละค่ะเพราะฉะนั้นบล็อกเราจะพามาดูกันว่า บรีฟอย่างไรให้กราฟฟิกโดนใจ โดยในบล็อกนี้จะมีประเด็นหลักดังนี้ค่ะ

1️⃣ งานกราฟฟิกมีหลายแบบนะ ซึ่งแต่ละแบบก็มีหลักการที่ต่างกันออกไป
2️⃣ บรีฟห่วย! ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น
3️⃣ How to brief
4️⃣ ใจเขาใจเรา รับฟังกันหน่อยนะ


1.งานกราฟฟิกมีหลายแบบนะ ซึ่งแต่ละแบบก็มีหลักการที่ต่างกันออกไป

สิ่งแรกที่เราต้องทำความเข้าใจก่อนเลยคือการออกแบบพวกนี้จริง ๆ แล้วคนที่ทำกราฟฟิกเค้าเรียนมามันมีทฤษฎีเบื้องหลังมากมายกว่าจะออกมาเป็นงานแค่ละ ซึ่งทั้งประเภทของกราฟฟิกไม่ว่าเป็นภาพ โลโก้ แบนเนอร์หรือไอค่อนแต่ละรูปแบบมีหลักการในการออกแบบต่างกัน แต่พอถึงเวลาทำงานจริง ๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่กฎหรือทฤษฎีแต่นั่นคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการ งานที่ทำออกมาแล้วมี impact และอีกอย่างคนที่เป็นลูกค้าหรือคนทำคอนเทนต์ก็อาจไม่ได้มีเวลามาศึกษาหลักการตั้ง ๆ ดังนั้นมาดูกันค่ะว่าเราควรจะบรีฟอย่างไรให้กราฟฟิกโดนใจ

2. บรีฟห่วย! ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

ใช่แล้วค่ะคุณอ่านไม่ผิด เพราะบางครั้งบรีฟที่ได้มามันห่วยจริง ๆ จนคนทำงานเองก็หนักใจไปต่อไม่ถูกแล้วสุดท้ายพอทำงานมันเลยไม่โดนใจ มาดูกันค่ะว่าบรีฟแบบไหนที่ยังไม่เวิร์ค

  • บรีฟน้อย บรีฟสั่น บรีฟแบบส่ง ๆ ไป
  • บรีฟไปแล้ว แต่อยู่ดี ๆ ก็เปลี่ยนใจและไม่แจ้งให้ทราบ
  • บรีฟงง สับสน ย้อนแย้งไม่ชัดเจน
  • ไม่บรีฟ คุณลองไปทำมาก่อน

3. How to brief

  • บอกข้อมูลเยอะ ๆ ไว้ก่อน สิ่งที่เราต้องการเป็นแบบไหน กลุ่มเป้ากมายโพสต์นี้คือใคร โพสต์ลงช่องทางไหน นอกจากข้อมูลพวกนี้ การบอกในสิ่งที่คุณต้องการจากกราฟฟิกนั้นให้มากที่สุด คนทำงานก็จะยิ่งมีข้อมูลมากยิ่งขึ้นในการทำงาน
  • ไม่ชอบแบบไหนต้องบอก! ไม่เช่นนั้นจะนำมาซึ่งมหากาพย์การแก้งานจึงควรบอกก่อนให้ชัดเจน
  • เวลา คำนวณความเหมาะสมด้วยวว่างานที่เราสั่งไปควรใช้เวลามากแค่ไหน Good thing take time เพราะฉนั้นการให้เวลาที่เหมาะสมก็จะเพิ่มคุณภาพของงานตามเวลาที่มีให้
  • Reference นึกไม่ออกหาภาพตัวอย่างเลย อยากได้ประมาณนี้นะแต่เพิ่มส่วนไหน ลดส่วนไหนบอกให้ชัดเจนเพื่อการทำงานที่ง่ายมากยิ่งขึ้น

4.ใจเขาใจเรา รับฟังกันหน่อยนะ

สิ่งที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องไม่ลืมคือทั้งคู่ต่างอยากให้งานออกมาดี การคิดถึงใจเขาใจเราและรับฟังกันจึงสำคัญมากเพราะก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกเค้ามาทำงานย่อมต้องผ่านการพิจารณามาแล้ว ดังนั้นการเชื่อใจ เข้าใจและรับฟังย่อมเพื่อผลสุดท้ายแล้วจะได้งานทีออกมาดีและแฮปปี้ทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ

Read More...