ขนาดไอจีปี2026

รวมขนาดไอจี “Instagram” ปี 2026

ขนาดไอจีปี2026

เคยไหมที่ตั้งใจเลือกรูปสวยๆ มาโพสต์ลง Instagram แต่พออัปโหลดไปแล้วภาพกลับโดนตัดขอบบ้างล่ะ ไม่คมชัดบ้างล่ะ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ถ้าคุณรู้จัก ขนาดไอจี ที่ถูกต้อง

บทความนี้ MarketingGuru ได้รวมขนาดภาพ Instagram ที่อัปเดตล่าสุดในปี 2026 เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่ารูปภาพทุกรูปจะสวยงามคมชัด ดึงดูดสายตา และไม่เสียความละเอียด ไม่ว่าจะเป็นภาพโพสต์, Stories, หรือ Reels ก็สวยเป๊ะทุกมุม

ประเภทคอนเทนต์หลักบนไอจี มีอะไรบ้าง?

ถ้าพูดถึงคอนเทนต์บน Instagram แล้ว บอกเลยว่ามีให้เลือกใช้หลากหลายแบบมากๆ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นไม่เหมือนกัน มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่คนนิยมใช้กัน

1. Instagram Photo : เป็นรูปแบบคลาสสิก สามารถโพสต์รูปสวยๆ ลงหน้าฟีดได้ตามปกติ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ฮิตมาตั้งแต่ Instagram เปิดตัวแรกๆ

2. Instagram Video : ถือเป็นคอนเทนต์วิดีโอที่มีความยาวถึง 15 นาที สามารถโพสต์ลงบนหน้า Feed ได้เหมือนกับรูปภาพ

3. Instagram Stories : เป็นฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้สามารถโพสต์รูปภาพหรือวิดีโอสั้นๆ และจะหายไปใน 24 ชั่วโมง เหมาะกับการแชร์โมเมนต์แบบเรียลไทม์สุดๆ

4. Instagram Reels : วิดีโอสั้นแบบแนวตั้ง (ไม่เกิน 90 วินาที) ที่มาพร้อมเพลง และเอฟเฟกต์สนุกๆ น่ารักๆ เหมาะกับการทำคอนเทนต์ไวรัล หรือโชว์ความครีเอท 

5. Instagram Live : เป็นการไลฟ์วิดีโอแบบสดๆ เพื่อพูดคุยกับแฟนๆ หรือผู้ติดตามได้แบบเรียลไทม์ เหมาะมากสำหรับกิจกรรม Q&A หรือเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ให้คนได้ตื่นเต้นไปพร้อมกัน

รวม 5 ขนาดไอจี (Instagram Post Size) ปี 2026

1. ขนาดรูปไอจี Instagram Post Size - Photo ปี 2026

ขนาดไอจี

ถ้าชอบลงรูปภาพนิ่ง บอกเลยว่าปี 2026 นี้ ig post size มีไซซ์ที่เหมาะกับรูปทุกแบบเลยค่ะ จะเป็นรูปแบบ Square, Portrait ,Portrait หรือ Main IG Grid ก็มีขนาดเป๊ะ ๆ ให้เลือกใช้
–  รูปแบบ Square (1:1) : ขนาดที่แนะนำ คือ 1080 x 1080 px

–  รูปแบบ Portrait (4:5) : ขนาดที่แนะนำ คือ 1080 x 1350 px

–  รูปแบบ Landscape (1.91:1) : ขนาดที่แนะนำ คือ 1080 x 566 px

  รูปแบบ Main IG Grid (3:4) : มีเฉพาะในหน้า profile ขนาดที่แนะนำ คือ 1015 x 1035 px

คำแนะนำ : แม้ว่า Instagram จะลดความละเอียดภาพลงเหลือ 600 x 600 px ก็ตาม แต่เราแนะนำให้อัปโหลดภาพที่มีความกว้าง 1080 px ขึ้นไปเสมอ เพราะจะช่วยให้ภาพคมชัด และดูเป็นมืออาชีพกว่ามากค่ะ 

2. ขนาดไอจี Instagram Post Size - Video ปี 2026

ขนาดวิดีโอ Instagram

จะทำวิดีโอลง Instagram ทั้งที ก็ต้องให้ภาพคมชัด และสวยที่สุด เพราะการเลือกใช้ขนาดวิดีโอที่ถูกต้องจะช่วยให้งานสวย และดึงดูดสายตาคนดูได้มากกว่าที่คิดค่ะ

รูปแบบ Square (1:1) : ขนาดที่แนะนำ คือ  1080 x 1080 px

รูปแบบ Portrait (4:5) : ขนาดที่แนะนำ คือ  1080 x 1350 px

– รูปแบบ Landscape (1.91:1) : ขนาดที่แนะนำ คือ 1080 x 566 px

– รูปแบบ Landscape (16:9) : ขนาดที่แนะนำ คือ 1920 x 1080 px

– รูปแบบ Main IG Grid (3:4) : ขนาดที่แนะนำ คือ 1015 x 1350 px

คำแนะนำ : วิดีโอที่อัปโหลดจะถูกปรับลดขนาด และความละเอียดลงเหมือนรูปภาพ ดังนั้นอย่าลืมเตรียมไฟล์ที่มีความละเอียดไม่ต่ำกว่า 1080 px เพื่อให้วิดีโอดูคมชัด และมีคุณภาพดีที่สุด 

3. ขนาดไอจี Instagram Story Size ปี 2026

ขนาดสตอรี่ไอจี

สำหรับการเล่าเรื่องราวผ่าน IG Story แน่นอนว่าการเลือกใช้ขนาดสตอรี่ไอจีให้ถูกต้อง ช่วยให้สตอรี่ไอจีของคุณดูดีแบบเต็มจอ และไม่ถูกตัดส่วนสำคัญทิ้งไปค่ะ

–  รูปแบบ Portrait (9:16) : ขนาดที่แนะนำ คือ 1080 x 1920 px

–  รูปแบบ Landscape (1.91:1) : ขนาดที่แนะนำ คือ 1080 x 566 px

คำแนะนำ : การอัปโหลด IG Story จะแบ่งเป็นแนวตั้งและแนวนอน โดยขนาดไฟล์ที่รองรับสูงสุดคือ 4 GB ทำให้สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้อย่างอิสระ และเต็มที่

4. ขนาดไอจี Instagram Reel Size ปี 2026

ขนาดไอจี

Instagram Reels ถือเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้เราสามารถสร้างสรรค์คลิปสนุกๆ ได้ไม่ซ้ำใคร การเลือกใช้ขนาดที่ถูกต้องจะช่วยให้คลิปของคุณดูน่าสนใจ และโดดเด่น

– รูปแบบ Portrait (9:16) : ขนาดที่แนะนำ คือ 1080 x 1920 px

– ปก Cover (1:1:55) : ขนาดที่แนะนำ คือ 420 x 654 px

คำแนะนำ : สำหรับ IG Reels ถือเป็นฟีเจอร์ใหม่ของอินสตาแกรม โดยสามารถลงคลิปสั้น ๆ มีความยาว 15 หรือ 90 วินาที พร้อมเพิ่มลูกเล่นต่าง ๆ และสามารถอัปโหลดไฟล์ที่มีขนาดสูงสุด 4 GB ได้เลยค่ะ

5. ขนาดไอจี Instagram Live Size ปี 2026

Instagram Live Size

สำหรับขนาดของไอจี Live นั้นมีเพียงขนาดเดียว 

– รูปแบบ Instagram Live (9:16) : ขนาดที่แนะนำ คือ 1080 x 1920 px 

คำแนะนำ : IG Live มีอัตราส่วนภาพเพียงขนาดเดียวคือ 1080 x 1920 px หากต้องการให้ภาพเป็นแนวนอน จะต้องตั้งกล้องมือถือในแนวนอนตอนไลฟ์เท่านั้นค่ะ

การปรับขนาดรูปไอจีให้ถูกต้องอาจฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ส่งผลอย่างมากต่อความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ของแบรนด์เลยนะคะ ดังนั้นการใช้ ig post size ให้เหมาะสมกับรูปแบบที่ลง มีส่วนช่วยให้ทุกโพสต์ ทุกสตอรี่ และทุกรีลของคุณดูสวยเป๊ะแบบมืออาชีพ ลองนำขนาดที่เราสรุปมาให้ไปใช้ดูได้เลยค่ะ

เพิ่มประสิทธิภาพการตลาด Instagram ของคุณกับ MarketingGuru

หากคุณต้องการ Agency มืออาชีพที่พร้อมวางกลยุทธ์ และสร้างสรรค์คอนเทนต์บน Instagram ให้โดดเด่นไม่เหมือนใคร MarketingGuru พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่จะขับเคลื่อนแบรนด์ของคุณเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ

ติดต่อเพื่อรับคำปรึกษา ฟรี!

ขนาด tiktok ปี2026

ขนาด tiktok ปี 2026 สายคอนเทนต์ต้องรู้!

ขนาด tiktok ปี2026

tik tok ถือเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ เป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้โชว์ไอเดียเจ๋ง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเต้น, การลิปซิงก์, การโชว์ความสามารถ, หรือแม้แต่การไลฟ์สดขายของ เพราะมีเครื่องมือตัดต่อ มี เพลงประกอบ และเอฟเฟกต์สนุก ๆ ให้เลือกใช้มากมาย ทำให้ใคร ๆ ก็เป็นครีเอเตอร์ หรือ tiktoker ได้ 

และด้วยระบบอัลกอริทึมที่ฉลาดสุด ๆ ติ้กต้อกจะคัดคลิปที่โดนใจมาให้ดูแบบไม่มีเบื่อ หากอยากให้คอนเทนต์ติดหน้า For You Page (FYP) และดึงดูดผู้ติดตามได้เยอะ ๆ การเลือกขนาดวิดีโอติ้กต้อกให้เหมาะสมกับรูปแบบที่ลงถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นส่วนสำคัญทำให้คอนเทนต์ดูน่าสนใจ  

ในบทความนี้จะสรุปทุกเรื่องของขนาด tik tok ปี 2026 ที่สายคอนเทนต์ต้องรู้ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่าจะเป็นคลิปแบบไหน ภาพแบบไหน ก็จะดูดี มีความคมชัด และเป็นมืออาชีพ      

ขนาด tiktok ที่ควรรู้ (อัปเดตล่าสุด 2026)

1. ขนาดภาพติ้กต้อก Profile

ขนาดภาพ tiktok

ภาพโปรไฟล์เปรียบเสมือนหน้าตาของช่องบน tik tok ดังนั้น ยิ่งภาพคมชัด และดูดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมกับดึงดูดผู้ติดตามได้มากขึ้นเท่านั้น มาดูขนาดที่เหมาะสมกันค่ะ

– ขนาดที่แนะนำ: 200 x 200 px (อัตราส่วน 1:1)

– ไฟล์ที่รองรับ: JPEG และ PNG

2. ขนาดวิดีโอและภาพสไลด์ tik tok (Video & Carousel)

ขนาดภาพ tiktok

ไม่ว่าจะลงเป็นคลิปสั้น, คลิปยาว หรือภาพสไลด์ การเลือกใช้ขนาดวิดีโอ และขนาดภาพ tik tok ที่ถูกต้องจะช่วยให้คอนเทนต์ดูน่าสนใจ และแสดงผลได้เต็มจอ ทำให้คนดูเพลินกับคอนเทนต์ของคุณอย่างเต็มที่

– รูปแบบแนวตั้ง (Vertical)
ขนาดที่แนะนำ คือ 1080 x 1920 px (อัตราส่วน 9:16 / 4:5 / 1:1)

– รูปแบบแนวนอน (Horizontal)
ขนาดที่แนะนำ คือ 1920 x 1080 px (อัตราส่วน 16:9)

3. ขนาด Story (TikTok)

ขนาด tiktok

Story คือพื้นที่ที่เราสามารถแบ่งปันเรื่องราวสั้นๆ ได้แบบเรียลไทม์ จะใช้เป็น Teaser คลิปใหม่, อัปเดตชีวิต หรือพูดคุยกับแฟนๆ ก็ได้ ซึ่งการใช้ขนาดที่ถูกต้องจะช่วยให้ Story ดูดีแบบเต็มจอ และดึงดูดสายตาคนดูได้มากกว่า 

– ขนาดที่แนะนำ คือ 1080 x 1920 px (อัตราส่วน 9:16)

– ไฟล์ที่รองรับ คือ  MP4 หรือ MOV

– คำแนะนำ: Story เหมาะกับการอัปเดตแบบสั้น ๆ เพื่อเป็น Teaser ก่อนลงคอนเทนต์หลัก หรือใช้เป็นพื้นที่อัปเดตชีวิตแบบเรียล ๆ ก็ได้เช่นกัน

ขนาดการอัปโหลดไฟล์ และความยาววิดีโอ

ปัจจุบันติ้กต้อกอนุญาตให้อัปโหลดไฟล์ได้ขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับคอนเทนต์คุณภาพสูง โดยขนาดไฟล์ที่รองรับจะต่างกันตามอุปกรณ์ที่ใช้ ดังนี้

– ขนาดการอัปโหลดไฟล์จาก Desktop ที่แนะนำ คือ 500 MB

– ขนาดการอัปโหลดไฟล์จาก iOS ที่แนะนำ คือ 287 MB

– ขนาดการอัปโหลดไฟล์จาก Android ที่แนะนำ คือ 72 MB


นอกจากนี้ ความยาวของการบันทึกวิดีโอมีความยาวได้มากถึง 10 นาทีบน tik tok และการอัปโหลดคอนเทนต์สามารถทำได้สูงสุดถึง 1 ชั่วโมง ซึ่งตอบโจทย์คอนเทนต์แบบ Short-form และคอนเทนต์แบบ Long-form อย่างน่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ

– การบันทึกวิดีโอ : สูงสุด 10 นาที

– การอัปโหลด : สูงสุด 60 นาที

ขนาด tiktok เป๊ะ คอนเทนต์ปัง ช่วยให้ยอดวิวพุ่ง!

การเลือกขนาดติ้กต้อกที่ถูกต้อง ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ระบบอัลกอริทึมของ tik tok ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และส่งคลิปไปยังผู้ชมที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นด้วยค่ะ 

ฉะนั้น เหล่า tiktoker และสายครีเอเตอร์ ห้ามมองข้ามรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างขนาดติ้กต้อกเด็ดขาด เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของคอนเทนต์คุณภาพ ที่ดันคลิปของคุณติด FYP ได้ง่ายกว่าที่คิด

ติดต่อเพื่อรับคำปรึกษา ฟรี!

Facebook: MarketingGuru – Digital Marketing Agency
Tel: 02-381-9045
Line: @marketingguru   

ขนาดรูปtwitter ปี2026

ขนาดภาพ x (twitter) อัปเดตล่าสุด ปี 2026

ขนาดรูปtwitter ปี2026

อยากรู้ไหมว่ากระแสหรือเทรนด์อะไรกำลังมา? 


บนโลกออนไลน์ที่กระแสทุกอย่างมาไวไปไว ไม่ว่าจะเป็นข่าวดารา ดราม่าร้อน ๆ หรือเหตุการณ์สำคัญ ก็มักจะติดเทรนด์บน x (twitter) และถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็วอยู่เสมอ x  ไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มสำหรับโพสต์รูปแบบข้อความเท่านั้น แต่ “รูปภาพและวิดีโอ” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้โพสต์ดูโดดเด่น และดึงดูดสายตา ทำให้คนไม่เลื่อนผ่านโพสต์ของเรา ยิ่งภาพคมชัด ดูสวย และมีขนาดพอดี ขนาดภาพ x ที่ถูกต้อง ก็ยิ่งทำให้คอนเทนต์ของคุณดูน่าเชื่อถือ น่าติดตาม และเพิ่มโอกาสให้คนทวิต กดไลก์ กดแชร์ หรือกดติดตามมากขึ้นแบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

บทความนี้จะสรุปทุกขนาดภาพที่เหมาะสมบน twitter อัปเดตล่าสุด ปี 2026 เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่าจะเป็นภาพแบบไหน และคลิปวิดีโอใด ก็จะดูดี คมชัด และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้โพสต์น่าสนใจและถูกรีโพสต์จนติดเทรนด์อย่างแน่นอน

 

รวมขนาดภาพบน x (twitter) อัปเดต 2026

1. ขนาดภาพ x (twitter) สำหรับ Profile

ขนาดภาพ X (Twitter) สำหรับ Profile

แน่นอนว่าภาพโปรไฟล์นั้นคือสิ่งแรกที่ผู้ติดตามอยากเห็น การเลือกใช้ภาพที่คมชัด และดูดีจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และดึงดูดตั้งแต่แรกเห็น  

– รูปแบบ (1:1) : ขนาดที่แนะนำ คือ 400 x 400 px 

2. ขนาดภาพ x (twitter) สำหรับ Cover

2. ขนาดภาพ X (Twitter) สำหรับ Cover

ภาพหน้าปกทวิต (Cover) เป็นอีกพื้นที่ที่ให้เราได้แสดงตัวตนหรือโชว์ภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างเต็มที่ การใช้ขนาดที่ถูกต้องจะช่วยให้ภาพไม่ถูกตัด และแสดงผลได้สวยงามบนทุกอุปกรณ์

– รูปแบบ (3:1) : ขนาดที่แนะนำ คือ 1500 x 500 px 

3. ขนาดภาพ x (twitter) สำหรับ Post

3. ขนาดภาพ X (Twitter) สำหรับ Post

ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพทั่วไป รูปโปรโมตสินค้า หรือรูปประกอบข่าว การใช้ขนาดที่ถูกต้อง ช่วยให้คอนเทนต์ดูเป็นมืออาชีพ เข้าถึงคนเล่นทวิตเตอร์ได้ง่าย และทำให้คนเล่นอยากทวิตโพสต์มากขึ้น

– รูปแบบ Horizontal ขนาดที่แนะนำ คือ 1600 x 900 px

– รูปแบบ Portrait ขนาดที่แนะนำ คือ 1080 x 1350 Px

– รูปแบบ Square ขนาดที่แนะนำ คือ 1080 x 1080 px

4. ขนาดภาพ x (twitter) สำหรับ Card x

4. ขนาดภาพ X (Twitter) สำหรับ Card X

หากต้องการแชร์ลิงก์จากเว็บไซต์หรือบทความต่าง ๆ การใช้ภาพประกอบในรูปแบบ Card X จะช่วยให้โพสต์ดูน่าสนใจ และดึงดูดให้คนคลิกเข้าไปดู

– รูปแบบ (1.91:1) : ขนาดที่แนะนำ คือ 1200 x 628 px 

5. ขนาด Video ของ x (twitter)

5. ขนาด Video ของ X (Twitter)

ถ้าอยากทำคลิปสั้นๆ ลงบน x (twitter) เพื่อสร้างยอดวิว และเข้าถึงคนใหม่ ๆ การใช้ขนาดที่เหมาะสมจะช่วยให้วิดีโอคมชัด และน่าติดตาม

– รูปแบบ (1:1) : ขนาดที่แนะนำ คือ  1080 x 1080 px 

6. ขนาด Live ของ x (twitter)

6. ขนาด Live ของ X (Twitter)

การไลฟ์สดคืออีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้เราได้สื่อสารกับผู้ติดตามแบบเรียลไทม์ การเลือกใช้ขนาดที่ถูกต้องจะช่วยให้ไลฟ์ของเราดูเป็นมืออาชีพ และโดดเด่น

– รูปแบบ (1.67:1) : ขนาดที่แนะนำ คือ 1200 x 720 px 

เลือกขนาดภาพ x (twitter) ให้ถูกต้อง

การเลือกใช้ขนาดทวิตเตอร์ที่ถูกต้องก็เหมือนการติดอาวุธให้คอนเทนต์ของคุณยิงได้ตรงเป้า เพราะจะช่วยให้ภาพไม่แตก คมชัด และสร้างความน่าเชื่อถือได้ในทันที

ถ้าคุณพร้อมที่จะเปลี่ยนทุกโพสต์ให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ และสร้างแบรนด์ที่น่าจดจำ ให้ MarketingGuru ช่วยสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่าง มีประสิทธิภาพ และตรงกับกลุ่มเป้าหมายของคุณบนแพลตฟอร์มทวิต   

ติดต่อเพื่อรับคำปรึกษา ฟรี!

Facebook: MarketingGuru – Digital Marketing Agency
Tel: 02-381-9045
Line: @marketingguru   

อัปเดตล่าสุด! ขนาดภาพ Facebook 2026 ไซซ์ถูกต้อง ภาพไม่แตก

อัปเดตล่าสุด! ขนาดภาพ Facebook 2026 ไซซ์ถูกต้อง ภาพไม่แตก

อัปเดตล่าสุด! ขนาดภาพ Facebook 2026 ไซซ์ถูกต้อง ภาพไม่แตก

การทำคอนเทนต์บน Facebook ให้ปังและสะดุดตา เรื่องภาพสวย ๆ คือของมันต้องมี และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะภาพที่คมชัด ไม่โดนบีบอัดจนแตก ไม่เพียงแค่ทำให้โพสต์ดูดีขึ้น แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูโปร และดึงดูดความสนใจ การใช้ขนาดภาพ Facebook ที่เหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่กราฟิก นักการตลาด หรือสายครีเอทีฟต้องให้ความสำคัญ

ในบทความนี้ เราจะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียดว่า ขนาดภาพ Facebook ปี 2026 ที่ Facebook เพิ่งอัปเดตมา ว่าควรใช้ภาพขนาดเท่าไหร่ จึงจะได้ภาพสวยคมชัดแบบมืออาชีพ

ทำไมขนาดภาพ Facebook ถึงสำคัญ?

หลายคนอาจคิดว่าแค่มีรูปสวยก็พอ แต่จริง ๆ แล้ว “ขนาดภาพ” มีผลเยอะกว่าที่คิด เพราะถ้าขนาดไม่เหมาะสม ต่อให้ภาพสวยแค่ไหนก็เสียความคมชัด หรือโดนตัดส่วนสำคัญออกไปได้

1. ภาพไม่ถูกบีบ ไม่เบลอ: Facebook จะบีบอัดภาพอัตโนมัติ ถ้าเราใช้ขนาดเล็กเกินไป จะทำให้ภาพแตก เบลอ หรือดูไม่สวยเหมือนต้นฉบับ

2. ดึงดูดสายตา: ภาพที่ถูกออกแบบมาด้วยขนาดที่เหมาะสม จะทำให้แสดงผลเนื้อหาที่ต้องการสื่อสารได้เต็มพื้นที่ ช่วยให้โพสต์ดูน่าสนใจขึ้น สร้าง First Impression ดี ๆ ให้คนอยากอ่านเนื้อหาที่เราตั้งใจสื่อออกไป

3. ประหยัดเวลา: หากใช้ขนาดถูกตั้งแต่แรก จะทำให้ไม่ต้องมานั่งแก้ไฟล์หรืออัปโหลดซ้ำหลายรอบ

4. โฆษณามีประสิทธิภาพขึ้น: ถ้าใช้ขนาดภาพที่ถูกต้อง โฆษณาก็จะแสดงได้เต็มสวย ไม่โดนตัดขอบ หรือเสียองค์ประกอบสำคัญไป ​

1. ขนาดภาพ Facebook 2026 แนวตั้ง แบบอัลบั้ม 1+2, 1+3 และ 2+3

ขนาดภาพ Facebook 2025 แนวตั้ง

สำหรับคนที่ชอบลงโพสต์แบบอัลบั้มแนวตั้ง ในปี 2026 นี้ Facebook ก็ยังรองรับอยู่ แถมมีอยู่ 3 สไตล์หลัก ๆ ให้เลือกใช้ ได้แก่ 1+2, 1+3 และ 2+3 ซึ่งแต่ละแบบก็มีการจัดเรียงภาพต่างกันออกไป เพื่อให้โพสต์ดูสวยและดึงสายตาได้เต็มที่ 

– อัลบั้มแบบ 1+2 (ไม่ควรลงเกิน 3 รูป)
ขนาดรูปปก (รูปแรก) ขนาดที่แนะนำ คือ 960×1920 px ในอัตราส่วน 1:2
ขนาดรูปเนื้อหา (รูปที่ 2 และ 3) ขนาดที่แนะนำ คือ 1920×1920 px ในอัตราส่วน 1:1


– อัลบั้มแบบ 1+3 (ไม่ควรลงเกิน 4 รูป)

ขนาดรูปปก (รูปแรก) ขนาดที่แนะนำ คือ 1280×1920 px ในอัตราส่วน 2:3
ขนาดรูปเนื้อหา (รูปที่ 2, 3 และ 4) ขนาดที่แนะนำ คือ 1920×1920 px ในอัตราส่วน 1:1


– อัลบั้มแบบ 2+3 (รูปที่ 6 เป็นต้นไปใช้ขนาดใดก็ได้ เนื่องจากไม่มีผลต่อการแสดงในภาพหลัก)

ขนาดรูป (รูปที่ 1 และ 2) ขนาดที่แนะนำ คือ 1920×1920 px ในอัตราส่วน 1:1
ขนาดรูปเนื้อหา (รูปที่ 3, 4 และ 5) ขนาดที่แนะนำ คือ 1920×1280 px ในอัตราส่วน 3:2

2. ขนาดภาพ Facebook 2026 แนวนอน แบบอัลบั้ม 1+2, 1+3 และ 2+3

ขนาดภาพ Facebook

ขนาดภาพ Facebook แนวนอน เหมาะกับคอนเทนต์ที่เนื้อหามีหลายหน้า หรือต้องการนำเสนอรายละเอียดที่หลากหลายในแต่ละภาพ ทำให้การจัดวางที่ลงตัวช่วยดึงดูดให้ผู้ใช้งานอยากกดเข้าไปดูรูปภาพที่เหลือในอัลบั้ม  


– อัลบั้มเฟสแนวนอน แบบ 1+2 (ไม่ควรลงเกิน 3 รูป)

ขนาดรูปปก (รูปแรก) ขนาดที่แนะนำ คือ 1920×960 px ในอัตราส่วน 2:1
ขนาดรูปเนื้อหา (รูปที่ 2 และ 3) ขนาดที่แนะนำ คือ 1920×1920 px ในอัตราส่วน 1:1


– อัลบั้มเฟสแนวนอน แบบ 1+3 (ไม่ควรลงเกิน 4 รูป)

ขนาดรูปปก (รูปแรก) ขนาดที่แนะนำ คือ 1920×1280 px ในอัตราส่วน 3:2
ขนาดรูปเนื้อหา (รูปที่ 2, 3 และ 4) ขนาดที่แนะนำ คือ 1920×1920 px ในอัตราส่วน 1:1


– อัลบั้มเฟสแนวนอน แบบ 2+3 (รูปที่ 6 เป็นต้นไปใช้ขนาดใดก็ได้ เนื่องจากไม่มีผลต่อการแสดงในภาพหลัก)

ขนาดรูป (รูปที่ 1 และ 2) ขนาดที่แนะนำคือ 1920×1920 p ในอัตราส่วน 1:1
ขนาดรูปเนื้อหา (รูปที่ 3, 4 และ 5) ขนาดที่แนะนำคือ 1920×1920 px ในอัตราส่วน 1:1

3. ขนาดภาพ Facebook จตุจัส แบบ 4 รูป

ขนาดภาพ Facebook

ขนาดภาพ Facebook แบบจตุรัส เป็นขนาดที่ได้รับความนิยมสูง เหมาะกับคอนเทนต์ที่ต้องการความสมมาตร และความเรียบง่าย แต่ยังคงความโดดเด่นเอาไว้ การโพสต์ภาพ 4 รูปในอัลบั้มเดียวจะทำให้ Layout รูปดูเป็นระเบียบ และน่าสนใจ 


– ขนาดภาพจตุรัส แบบ 1+1+1+1 (ไม่ควรลงเกิน 4 ภาพ เพราะจะทำให้การแสดงผลเปลี่ยนเป็น 2+3)

ขนาดทุกรูปที่แนะนำ คือ 1920 x 1920 px ในอัตราส่วน 1:1

4. ขนาดภาพหน้าปก Cover Facebook Page

ขนาดภาพ Facebook

สำหรับใครที่ตั้งใจทำภาพขนาดปกเฟสอย่างสวยงาม แต่พอไปดูบนมือถือกลับถูกตัดส่วนสำคัญหายไป นั่นเป็นเพราะการแสดงผลบนคอมพิวเตอร์ และมือถือไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราต้องวางแผนให้ดี ขนาดภาพ Cover Facebook Page ควรระวังการจัดวางองค์ประกอบเนื้อหาระหว่างเวอร์ชันโทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

– ขนาดภาพหน้าปก Cover Facebook Page สำหรับคอมพิวเตอร์
ขนาดที่แนะนำ คือ 1920 × 1080 px เพราะขนาดนี้ถือว่าสมส่วน และลงตัวที่สุด


– ขนาดภาพหน้าปก Cover Facebook Page
สำหรับมือถือ
ขนาดที่แนะนำ คือ 1920 × 710 px เนื่องจากขนาดปกเฟสบุ๊ค มีการปรับรูปแบบเพจใหม่ (New Pages Experience) การแสดงผลบนมือถือจะถูกตัดส่วนบน และล่างออกไปบางส่วน เหลือเพียงพื้นที่ตรงกลางที่แสดงผลได้ดีที่สุด ดังนั้นควรจัดวางเนื้อหาสำคัญให้อยู่ในโซนปลอดภัย หรือ Safe Area และอย่าลืมเว้นพื้นที่มุมซ้ายล่างไว้ด้วย เพราะเป็นตำแหน่งที่รูปโปรไฟล์เพจจะปรากฏขึ้นมาบังค่ะ 

5. ขนาดภาพหน้าปก Cover Facebook Group

ขนาดภาพ Facebook

เวลาสร้างภาพหน้าปกสำหรับ Cover Facebook Group ก็ต้องระวังไม่ให้ส่วนสำคัญของภาพหายไปเหมือนกันค่ะ  เพราะการแสดงผลบนคอมพิวเตอร์ และมือถือจะต่างกันเล็กน้อย โดยขนาดภาพหน้าปก Cover Facebook Group ควรหลีกเลี่ยงการจัดวางองค์ประกอบหรือเนื้อหาสำคัญบนพื้นที่ที่อาจถูกตัดออกหรือถูกบัง มีรายละเอียดดังนี้


– ขนาดภาพหน้าปก Cover Facebook Group สำหรับคอมพิวเตอร์ และมือถือ

ขนาดที่แนะนำ คือ Full HD 1920 × 1080 px เพราะเป็นขนาดที่ลงตัวที่สุดสำหรับทั้งคอมพิวเตอร์และมือถือ สิ่งสำคัญคือพยายามหลีกเลี่ยงการวางโลโก้หรือข้อความสำคัญไว้ที่บริเวณขอบภาพ เพราะพื้นที่เหล่านั้นอาจถูกตัดออกไปตอนที่แสดงผลบนอุปกรณ์ต่าง ๆ 

6. ขนาดภาพหน้าปก Cover Facebook Event

ขนาดภาพ Facebook

ในการจัดอีเวนต์บน Facebook สิ่งแรกที่คนจะเห็นก็คือภาพหน้าปกอีเวนต์ ภาพที่คมชัด และสวยงามจะช่วยดึงดูดความสนใจได้ทันที โดยสามารถใช้ขนาดเดียวที่ลงตัวได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์ และมือถือ


– ขนาดภาพหน้าปก Cover Facebook Event
สำหรับคอมพิวเตอร์ และมือถือ
ขนาดที่แนะนำ คือ 1920 × 1008 px ถือขนาดภาพที่เหมาะสมที่สุด เพราะแสดงผลได้ลงตัวบนทุกอุปกรณ์ ทำให้ภาพอีเวนต์ดูดี และน่าสนใจมากขึ้น

7. ขนาดภาพ Facebook ของลิงก์ที่แชร์มา (Shared Link)

ขนาดภาพ Facebook

เมื่อเราแชร์ลิงก์จากเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นข่าว บทความ หรือหน้าสินค้าบน Facebook สิ่งที่ขาดไม่ได้คือภาพพรีวิวสวยๆ ที่จะช่วยดึงดูดให้คนอยากคลิกเข้าไปดู


– ขนาดภาพ Facebook (Shared Link) ในอัตราส่วน 1.9:1

ขนาดที่แนะนำ คือ 1200 x 628 px ซึ่งการใช้ขนาดนี้จะช่วยให้ภาพพรีวิวลิงก์แสดงผลได้อย่างเต็มที่ และไม่ถูกตัดออก ทำให้คอนเทนต์ดูน่าสนใจ และเป็นมืออาชีพมากขึ้นค่ะ

8. ขนาดภาพ Facebook แนวจัตุรัส (Square Photo)

ขนาดภาพ Facebook

หากจะเลือกขนาดรูปที่ปลอดภัย และใช้ได้กับทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ขนาดภาพแนวจัตุรัส ถือเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง เพราะไม่ว่าใครจะดูผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ ภาพก็จะแสดงผลได้คงที่ และสวยงามเสมอ 


– ขนาดภาพ Facebook แนวจัตุรัส (Square Photo)

ขนาดที่แนะนำ คือ 1200 x 1200 px ไม่เกิน 2048 x 2048 px เป็นขนาดที่โพสต์ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบนเนอร์โปรโมตกิจกรรม, รูปภาพสินค้า หรือคอนเทนต์ต่างๆ ที่ต้องการความสมมาตร

9. ขนาดรูป Facebook แบบไซซ์มาตรฐาน

ขนาดภาพ Facebook

ขนาดรูปที่ใช้โพสต์ได้ทั่วไป และแสดงผลได้ดีบนหน้าจอแบบไม่ต้องถูกตัดขอบ ขนาดภาพมาตรฐาน ที่มีอัตราส่วน 4:3 คือตัวเลือกที่เหมาะที่สุด


– ขนาดรูป Facebook แบบไซซ์มาตรฐาน
ในอัตราส่วน 4:3
ขนาดที่แนะนำ คือ 1200 x 800 px ขนาดนี้เหมาะสำหรับภาพถ่ายแนวนอนทั่วไป หรือใช้สำหรับงานกราฟิกที่ต้องการให้ภาพแสดงผลเต็มพื้นที่ ไม่ว่าจะดูผ่านอุปกรณ์ไหน ภาพก็จะยังคงสมบูรณ์ และสวยงามค่ะ

10. ขนาดรูป Facebook แนวนอน (Horizontal Image)

ขนาดภาพ Facebook

สำหรับคนที่มีภาพที่ต้องการเน้นความกว้างเป็นพิเศษ เช่น ภาพโปรโมชันหน้าร้านค้าออนไลน์ หรือภาพวิวทิวทัศน์ ขนาดภาพแนวนอน คือตัวเลือกที่เหมาะ และลงตัวที่สุด


– ขนาดรูป Facebook แนวนอน (Horizontal Image)

ขนาดที่แนะนำ 1200 x 600 px ขนาดนี้จะช่วยให้ภาพดูโดดเด่น และน่าสนใจบน News Feed โดยที่ไม่ถูกตัดขอบบน และล่างออกไปค่ะ

11. ขนาดรูป Facebook แนวตั้ง (Vertical Image)

ขนาดภาพ Facebook

การทำให้ภาพดูโดดเด่นบนหน้าจอมือถือ และกินพื้นที่ News Feed ได้มากที่สุด ขนาดรูปแนวตั้ง Vertical Image คือคำตอบ แต่ไม่ควรใส่ข้อความเยอะจนกินไป เพราะอาจทำให้ภาพดูรก และไม่น่าสนใจ  

– ขนาดรูป Facebook แนวตั้ง (Vertical Image)
ขนาดที่แนะนำ 960 x 1200 px ภาพขนาดนี้เหมาะกับการโชว์ภาพสินค้าหรือภาพที่ต้องการความชัดเจนในแนวตั้ง แต่ต้องระวังไม่ใส่ข้อความเยอะเกินไป เพราะอาจทำให้ภาพดูรก และเสียจุดโฟกัสได้ง่าย ๆ

12. ขนาด Story และ Reels ของ Facebook

ขนาด Story และ Reels ของ Facebook

ถ้าอยากให้ภาพหรือวิดีโอ Story และ Reels ดูดีแบบเต็มจอ ขนาดแนวตั้ง คือสิ่งที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจเพราะเป็นขนาดที่ออกแบบมาเพื่อการแสดงผลบนมือถือโดยเฉพาะ โดยมีขนาดดังนี้ค่ะ

– ขนาด Story และ Reels (แนวตั้ง) ในอัตราส่วน 9:16
ขนาดที่แนะนำทั้ง Story และ Reels  คือ 1080 × 1920 px การใช้ขนาดนี้จะช่วยให้คอนเทนต์ของคุณดูเต็มตา ไม่ถูกบีบอัด และดึงดูดความสนใจจากผู้ชมได้ดีที่สุด

ขนาดภาพ Facebook ถูก ช่วยให้คอนเทนต์ดีขึ้นเยอะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับข้อมูลขนาดภาพ Facebook อัปเดตล่าสุดในปี 2026 ที่เรารวบรวมมาให้แบบจัดเต็ม หวังว่าไกด์ไลน์นี้จะช่วยให้คุณเลือกใช้ขนาดภาพได้อย่างเหมาะสม จำไว้เสมอว่าภาพที่สวยงาม และคมชัดคือประตูบานแรกที่จะดึงดูดลูกค้าให้หยุดดูโพสต์ของคุณ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในการทำคอนเทนต์ออนไลน์

ตอนนี้คุณมีข้อมูลขนาดภาพที่เป๊ะปังในมือแล้ว แต่ถ้าอยากให้งานกราฟิกของคุณโดดเด่น และสร้างยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด MarketingGuru ช่วยคุณได้ !

MarketingGuru เราพร้อมช่วยคุณสร้างสรรค์งานกราฟิกที่ดึงดูดสายตา มีความเป็นมืออาชีพ และตอบโจทย์ทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้แบรนด์ของคุณเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

ติดต่อเพื่อรับคำปรึกษา ฟรี!

คำต้องห้ามที่ควรหบีกเลี่ยงในการใช้โฆษณาใน facebook

ยิงแอดโฆษณาเฟสบุ๊คให้ปัง ต้องระวัง “คำต้องห้าม Facebook” ก่อนโพสต์!

คำต้องห้ามที่ควรหบีกเลี่ยงในการใช้โฆษณาใน facebook

การยิงแอดโฆษณาเฟสบุ๊ค (Facebook Ads) เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่ทรงพลังมากที่สุดในยุคนี้ เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด ใช้งบประมาณตามควบคุมได้ และวัดผลได้ชัดเจน แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามไปก็คือ “การใช้คำต้องห้าม” ในคอนเทนต์หรือข้อความโฆษณา ซึ่งอาจทำให้โฆษณาถูกปฏิเสธ ถูกลดการมองเห็น หรือแย่ที่สุดคือ บัญชีโฆษณาถูกปิดแบบไม่ทันตั้งตัว!

คำต้องห้าม Facebook คืออะไร?

คำต้องห้าม Facebook คือ คำ วลี หรือเนื้อหาที่ละเมิดนโยบายโฆษณาของ Facebook ซึ่งส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับการกล่าวอ้างเกินจริง การเลือกปฏิบัติ การชี้นำเชิงลบ หรือการใช้ภาพและข้อความที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องสุขภาพ ความงาม และข้อมูลทางการเงินซึ่งในปัจจุบัน Facebook ใช้ระบบ AI ตรวจสอบอย่างเข้มงวด

การเข้าใจ และหลีกเลี่ยง “คำต้องห้าม Facebook” จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนที่ต้องการยิงแอดโฆษณาเฟสบุ๊คอย่างมืออาชีพ เพราะไม่เพียงช่วยให้โฆษณาผ่านการอนุมัติได้ง่ายขึ้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงที่บัญชีโฆษณาจะถูกปิดโดยไม่ทันตั้งตัว

เหตุผลที่ Facebook ต้องปิดกั้นการใช้คำบางคำ

เหตุผลที่ Facebook ต้องจำกัดการใช้คำบางคำในโฆษณา ก็เพื่อปกป้องผู้ใช้งานจากข้อมูลที่บิดเบือน หลอกลวง หรือสร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะแพลตฟอร์มมีผู้ใช้งานหลายพันล้านคนจากหลากหลายเชื้อชาติ รวมถึงวัย และวัฒนธรรม โดยเฉพาะโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพ ความงาม การเงิน หรือความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่ง Facebook จะเข้มงวดเป็นพิเศษ เพราะคำหรือภาพบางอย่างในกลุ่ม คำต้องห้าม Facebook อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือกระทบต่อความรู้สึกของผู้ใช้ได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อให้เนื้อหาทุกชิ้นเป็นกลาง ปลอดภัย และไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น เช่น

– คำที่กล่าวอ้างเกินจริงโดยไม่มีหลักฐาน

– คำที่ตีตราหรือระบุลักษณะเฉพาะของบุคคล เช่น รูปร่าง อายุ หรือผิวพรรณ

– คำที่ใช้กดดัน ชี้นำ หรือขู่กลาย ๆ ให้รีบซื้อสินค้า

การมีกฎเหล่านี้จึงไม่ใช่การ “จำกัดเสรีภาพ” แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย โปร่งใส และเชื่อถือได้สำหรับทั้งผู้ขาย และผู้บริโภค

รวมคำต้องห้าม Facebook ยอดฮิต ที่ควรเลี่ยงเมื่อยิงแอด

หลายคนที่เริ่มยิงแอดโฆษณาเฟสบุ๊คใหม่ ๆ อาจจะไม่รู้ว่าข้อความในโฆษณามีผลต่อการอนุมัติเป็นอย่างมาก ไม่ใช่แค่ภาพหรือวิดีโอเท่านั้นที่ถูกตรวจสอบ แต่คำที่ใช้ก็ถูกระบบของ Facebook วิเคราะห์อย่างละเอียดเช่นกัน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการโฆษณาเกินจริง ละเมิดสิทธิ หรือให้ข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ดังนั้น ก่อนจะยิงแอดครั้งต่อไป ควรตรวจเช็กดูว่าโพสต์ของคุณใช้คำเหล่านี้หรือไม่ เพราะหากใช้โดยไม่รู้ตัว อาจทำให้โฆษณาไม่ผ่าน หรือแย่ที่สุดคือบัญชีโฆษณาถูกระงับการใช้งาน ลองมาดูตัวอย่างคำต้องห้ามที่ควรหลีกเลี่ยงกันค่ะ

คำต้องห้าม Facebook ในหมวดสถานพยาบาล

  • เก่งที่สุด
  • การผ่าตัดขั้นสูง 
  • การันตี ด้วยรางวัล
  • การโฆษณาเปรียบเทียบวิธีการกับคลินิกอื่น
  • กำเนิดเซลล์ผิวใหม่
  • กายภาพถึงบ้าน 
  • โกรทแฟคเตอร์ (Growth Factor)
  • การแพทย์แบบองค์รวม 
  • ขาวทั่วเรือนร่าง 
  • ของแท้ แน่นอน 
  • ขาวใส ยันชาติหน้า
  • ขึ้นชื่อเรื่องทำจมูก
  • ไขความลับ
  • ความปลอดภัยอย่างสูงสุด
  • คืนความสาว, คืนความสวย
  • คืนความอ่อนเยาว์ได้ในครั้งเดียว 
  • ความงามระดับสากล 
  • ความสวยรอไม่ได้ 
  • คิวทอง
  • ความสวยแบบไม่หลอกตา 
  • ครบทุกความเชี่ยวชาญ 
  • เครื่องมือรับรองโดย USA และไทย 
  • คอสเมติก เซอร์เจอรี่ Cosmetic Surgery 
  • คีเลชั่นบำบัด
  • ครบครัน 
  • ความเร็วแสง 
  • โค้ชความงามส่วนตัว 
  • ความนิยมเป็นอันดับต้น 
  • ความแม่นยำสูง (99.9%)
  • คลินิกความงามจากประเทศเกาหลี หรือประเทศอื่นๆ 
  • เครื่องมือแพทย์
  • ความงามเหนือกาลเวลา 
  • ผู้เชี่ยวชาญ
  • ชื่อดัง
  • ชะลอวัย (Anti-aging)

คำต้องห้าม Facebook ในหมวดอาหารเสริม หรือยาลดน้ำหนัก

  • ผอมทันใจ
  • หุ่นดีกว่าเดิม
  • ทลายไขมัน 
  • อ้วน หรือ ผอม
  • ผอมทันที
  • ขาใหญ่แขนใหญ่
  • ไม่โยโย่
  • ระเบิดไขมัน
  • เบิร์น 
  • เห็นผลครั้งแรกที่ใช้
  • ลดด่วน
  • อยากผอม

คำต้องห้าม Facebook ในหมวดมูเตลู ของขลัง หรือวัตถุมงคล

  • เปลี่ยนชีวิตใน 3 วัน 
  • เห็นผลทันที 
  • รับรองชีวิตดีขึ้นในพริบตา 
  • พลิกชีวิต
  • เปลี่ยนโชคชะตา 
  • ดึงดูดเงินล้าน 
  • รวยทันตาเห็น 
  • เสกโดยพระดัง 
  • เรียกโชคลาภ
  • แคล้วคลาดปลอดภัย
  • เมตตามหานิยม 
  • เสี่ยงโชค 
  • ถูกหวย 
  • ศักดิ์สิทธิ์

คำต้องห้าม Facebook ในหมวดทั่วไป

  • การันตีผล
  • ยินดีคืนเงิน
  • ได้ผล 100%
  • ได้ผลทันใจ
  • ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน เป็นต้น
  • รับประกันผล
  • การันตี 100%
  • เห็นผลภายใน … วัน
  • เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก

ยิงแอดเฟซบุ๊กให้ผ่านง่าย ไม่โดนแบน ต้องทำอย่างไร?

หากคุณเคยยิงแอดแล้วเจอโฆษณาไม่ผ่าน โดนเตือน หรือหนักสุดคือถูกปิดบัญชีโฆษณา อาจเป็นเพราะเนื้อหาในแอดละเมิดนโยบายของ Facebook โดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ คำต้องห้าม Facebook ภาพประกอบที่ไม่เหมาะสม หรือข้อความโฆษณาที่ชี้นำเกินจริง

ดังนั้น เพื่อให้แอดของคุณได้รับการอนุมัติเร็ว ไม่โดนรีวิวซ้ำซาก และปลอดภัยในระยะยาว นี่คือหลักการง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ ยิงแอดโฆษณาเฟสบุ๊คได้อย่างปลอดภัย 

  1. ใช้ถ้อยคำที่เน้นประสบการณ์ผู้ใช้ : เช่น ลูกค้าหลายคนพึงพอใจหลังใช้งาน หรือผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล”
  2. หลีกเลี่ยงคำสัญญา ให้เน้นประโยชน์ที่น่าเชื่อถือ : เช่น ผิวใสใน 3 วัน” เป็นช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง
  3. ใช้ภาพประกอบที่เหมาะสม : โดยหลีกเลี่ยงภาพ Before/After แบบชัดเจน หรือภาพร่างกายที่เน้นจุดบกพร่องเกินไป
  4. ศึกษานโยบายการโฆษณาของ Facebook อยู่เสมอ : มีการอัปเดตทุกไตรมาส เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาคุณยังปลอดภัยจากระบบตรวจสอบ

ก่อนยิงแอดโฆษณาเฟสบุ๊ค อย่าลืมตรวจสอบ “คำต้องห้าม Facebook” ทุกครั้ง

รู้ทันนโยบาย = รอดปลอดภัย เพราะการโพสต์ที่ผิดเพียงเล็กน้อย อาจทำให้แอดไม่ผ่าน หรือโดนจำกัดบัญชีโฆษณาแบบแก้ไขไม่ได้เลยก็มี การรู้ทันนโยบายจึงเป็นสิ่งสำคัญพอ ๆ กับการคิดคอนเทนต์ให้ปัง ยิงแอดให้ขายได้ ต้องยิงให้ปลอดภัยก่อน มาร์เก็ตติ้งกูรู เราพร้อมช่วยวางกลยุทธ์ วิเคราะห์เนื้อหา และพาแคมเปญของคุณวิ่งไกลแบบไม่โดนแบน

ติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษา ฟรี! 

โปรโมทเพจ Facebook ทำ Content Marketing ยิงแอด Facebook

การโปรโมทเพจ Facebook เป็นวิธีในการกระจายการรับรู้ และโฆษณาช่องทางออนไลน์ของธุรกิจผ่านทั้งการทำ Content Marketing และการยิงแอด Facebook แต่ทั้งนี้นั้น ธุรกิจจะต้องทราบถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงก่อน เพื่อให้การยิงแอดเฟสบุ๊คในครั้งนี้ มีประสิทธิภาพทั้งในส่วนของการเข้าถึง และสร้าง Conversion ได้ในอนาคต 

การโปรโมทเพจ Facebook สามารถทำอย่างไรได้บ้าง 

1. ยิงแอด Facebook โดยต้องรู้กลุ่มเป้าหมาย และความแตกต่าง

กลุ่มเป้าหมาย เป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญอย่างมาก ทั้งการทำ Content Marketing และการยิงแอดเฟสบุ๊ค ธุรกิจต้องรู้ว่า ลูกค้าเป็นกลุ่มคนไหน ทั้งเพศ ช่วงอายุ พฤติกรรมต่างๆ เพื่อให้สามารถกำหนดรูปแบบคอนเทนต์ และโฆษณาได้อย่างตรงจุด

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญ คือจุดเด่น และความแตกต่างของธุรกิจ ในกลุ่มสินค้าหรือบริการอุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งส่วนนี้ จะสามารถตอบคำถามได้ดีเลยว่า ธุรกิจจะตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายนั้นได้อย่างไร, ทำไมต้องเลือกซื้อหรือใช้บริการธุรกิจของเรา และจุดเด่นนี้เอง ที่จะช่วยให้สามารถสร้างสรรค์ Content Marketing ได้อย่างแตกต่าง และนำไปสู่การกำหนดทั้งกลุ่มเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ในการโปรโมทเพจ Facebook ได้อย่างเหมาะสม

ยกตัวอย่างเช่น

สินค้า เครื่องประดับจิวเวอรี่

  • กำหนดกลุ่มเป้าหมาย: เพศหญิง ช่วงอายุ 20-45 ปี สถานะโสด
  • จุดขาย: เครื่องประดับที่สวมใส่เพียงชิ้นเดียวก็สวยได้ ใช้ง่าย ราคาดี เน้นความหรูหรา 
  • คอนเทนต์ที่จะใช้ยิงแอดเฟสบุ๊ค: เปลี่ยนลุคธรรมดาให้กลายเป็นคุณหนู ด้วยเครื่องประดับสุดหรูในราคาเอื้อมถึง

2. สร้างสรรค์ Content Marketing ให้หลากหลาย

ใน 1 เพจ ควรมีการทำคอนเทนต์หลายรูปแบบ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจในคอนเทนต์ที่ต่างกัน ทั้งนี้ ในการออกแบบคอนเทนต์ ควรคำนึงถึงความเป็น Branding เพื่อคงไว้ซึ่งจุดยืนของธุรกิจอย่างชัดเจน หากยังไม่แน่ใจว่าเราควรโปรโมทเพจ Facebook ด้วยคอนเทนต์แบบไหนได้บ้าง แนะนำให้ลองสังเกตจากคู่แข่ง แล้วค่อยนำมาพิจารณาอีกครั้ง 

ตัวอย่างการโปรโมตเพจ Facebook โดยใช้คอนเทนต์ที่หลากหลาย 

สินค้า: เครื่องประดับจิวเวอรี่ 

  • คอนเทนต์ให้ความรู้: เลือกจิวเวอรี่อย่างไร ให้ถูกต้องตามสีผิว
  • คอนเทนต์ข่าวสาร: วงการจิวต้องรู้! เปิดตัวอัญมณีใหม่ ถูกใจสาวเจนซี
  • คอนเทนต์เทรนด์: หมูเด้งที่ว่าผิววาวใส ก็ยังไม่สู้จิวร้านเรา
  • คอนเทนต์รีวิวสินค้า: รีวิวจากผู้ใช้จริง: คุณ a ยืนยัน ใส่จิวแล้วผิวไม่คันแน่นอน
  • คอนเทนต์สัมภาษณ์: Q&A: สัมผัสแรก เมื่อได้สวมใส่จิวเวอรี่ร้านเรา  

3. มีแคมเปญหรือโปรโมชัน ประชาสัมพันธ์ด้วยการยิงแอด Facebook

การใช้แคมเปญหรือโปรโมชัน ถือเป็นการส่งเสริมการขายในรูปแบบหนึ่ง หากเรามีการออกโปรฯ ร่วมกับการยิงแอดเฟสบุ๊ค จะช่วยเพิ่มฐานการเข้าถึง และดึงดูดเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น ทำให้การโปรโมทเพจ Facebook ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

ตัวอย่างการสร้างแคมเปญเพื่อใช้ในการโปรโมทเพจ Facebook เช่น

  • โปรโมทเพจด้วยการแจกของรางวัลจากกิจกรรม
  • โปรโมทเพจด้วยการจัดโปรโมชันราคาพิเศษให้ผู้ที่กดไลก์หรือกดติดตาม
  • โปรโมทเพจโดยการจัดสินค้านาทีทองราคาพิเศษในไลฟ์สด

การโปรโมทเพจ Facebook วิธีนี้ ถือเป็นเพิ่มจำนวนการมีส่วนร่วมมากขึ้น เพราะส่วนใหญ่แล้ว เงื่อนไขคือจะต้องกระทำบางอย่างกับเพจ ทั้งกดไลก์ กดแชร์ กดติดตาม ซึ่งในส่วนนี้ ไม่จำเป็นต้องยิงแอดเฟสบุ๊คก็สามารถเพิ่ม Engagement ได้จริง

4. มีการ Collab ร่วมกับเพจอื่น หรือพาร์ตเนอร์

การร่วมมือกับเพจอื่น หรือพาร์ตเนอร์ ส่วนใหญ่แล้ว จะถูกนำเสนอผ่านคอนเทนต์ หรือกิจกรรมบางอย่างร่วมกัน โดยจะเป็นวิธีโปรโมทเพจ Facebook กับกลุ่มลูกค้าเดิม และขยายไปยังฐานลูกค้าใหม่ ที่มาจากกลุ่มของพาร์ตเนอร์และเพจอื่น เพิ่มการเข้าถึงหน้าเพจ Facebook พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมไปในตัวด้วย

5. อัปเดตเพจด้วยการใช้ Content Marketing, ยิงแอด Facebook หรือการคอมเมนต์

การทำ Facebook Page ต้องการอัปเดต และเคลื่อนไหวเสมอ เพื่อให้เพจดูมีตัวตนในโลก Social Media และแจ้งต่อผู้ติดตามว่าสามารถติดต่อธุรกิจผ่านช่องทางนี้ได้ โดยวิธีนั้น สามารถใช้เป็นการโปรโมทเพจ Facebook โดยใช้คอนเทนต์ต่างๆ ทั้งอัปเดตข่าวสาร แชร์เรื่องน่ารู้ Real-Time Content กิจกรรม Give A Way หรือการสร้างโพสต์พูดคุยกับผู้ติดตาม พร้อมทั้งนี้ การยิงแอด Facebook ก็ยังเป็นอีกวิธีหนึ่งที่นอกจากช่วยในการโปรโมทเพจ Facebook ได้แล้ว ยังเป็นการแจ้งต่อผู้ที่เห็นโฆษณา ว่าธุรกิจก็ยังมีช่องทางนี้เพื่อใช้พูดคุยได้เช่นกัน 

6. อัปเดต Facebook Story, Live สด และการทำวิดีโอผ่าน Facebook Reels 

ใช้ฟีเจอร์อื่นร่วมโปรโมทเพจ Facebook ร่วมกับ Content Marketing ทั้งการใช้ Facebook Story ที่อาจจะแชร์โพสต์มาลงไว้ หรืออัปดตกิจกรรมข่าวสารต่างๆ และการ Live สด พูดคุยกับผู้ติดตาม หรือ Live สดขายของ รวมถึงการทำคอนเทนต์ผ่าน Facebook Reels ก็ถือเป็นการโปรโมทเพจได้โดยไม่ต้องยิงแอดเฟสบุ๊คอีกด้วย 

      การโปรโมทเพจ Facebook สามารถทำได้หลายวิธี โดยมีทั้งแบบที่เสียเงิน และไม่เสียเงิน ทั้งนี้ แนะนำว่า ควรใช้ทุกวิธีร่วมกัน ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อสร้างการรับรู้ได้ในวงกว้าง การเป็นที่จดจำของแบรนด์ในกลุ่มลูกค้า รวมถึงสร้างสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าด้วยเช่นกัน 

      ให้เรื่องโปรโมทเพจ Facebook เป็นเรื่องง่าย จะยิงแอด Facebook หรือ Content Marketing ก็ทำได้แบบไม่ต้องลังเล ให้ MarketingGuru เป็นที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ให้ธุรกิจคุณ ทั้งช่วยกระตุ้น Engagement ทำคอนเทนต์เพิ่ม Conversion พร้อมดันยอดขายให้ธุรกิจเข้าหากลุ่มเป้าหมายได้ล้นหลามอีกด้วย

      🧡 ติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษา ฟรี! 🧡

      👉🏻 Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

      👉🏻 โทร 02-381-9045

      👉🏻 Line คลิก > https://page.line.me/marketingguru

      หรือแอด Line : @marketingguru

      จากความนิยมในการเล่น Tiktok ส่งผลให้การตลาดออนไลน์ ร้านค้าและธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับการทำ Tiktok Ads

      ทำการตลาดออนไลน์ ใช้ Tiktok Ads พร้อมวิธียิงแอด Tiktok

      จากความนิยมในการเล่น Tiktok ส่งผลให้การตลาดออนไลน์ ร้านค้าและธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับการทำ Tiktok Ads

      ทำการตลาดออนไลน์ ใช้ Tiktok Ads พร้อมวิธียิงแอด Tiktok

      จากความนิยมในการเล่น Tiktok ส่งผลให้การตลาดออนไลน์ ร้านค้าและธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับการทำ Tiktok Ads และยิ่งเป็นยุคทองของ Short Video ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้การถ่าย Tiktok ในปัจจุบัน ไม่เพียงแค่เพื่อความสนุกเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางรายได้ของธุรกิจด้วยเช่นกัน 

      หากอยากยิงแอด Tiktok คุณต้องรู้อะไรบ้าง 

      1. เลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับแบรนด์

      เนื่องจากการทำคลิป Tiktok สามารถเพิ่มลูกเล่น เพลง และวิธีการนำเสนอได้หลายแบบ ซึ่งทั้งหมดนี้ ล้วนแล้วแต่สร้างการรับรู้ และการมีส่วนร่วมไปพร้อมกัน โดยสามารถแบ่งรูปแบบการถ่าย Tiktok ได้ดังนี้

      • 1.1 เน้นการเรียกยอด Reach จะปรากฏในหน้าฟีดของผู้ใช้งานโดยตรง เป็นการยิงแอด Tiktok ที่แทรกเนียนไปกับวิดีโอทั่วไป ซึ่งจะมีการเพิ่มปุ่ม Call to Action ได้  โดยรูปแบบนี้จะมีความยาวอยู่ที่ 3-5 นาที

       

      • 1.2 เข้าร่วมแคมเปญจาก Hashtag พลังของ Hashtag Challenge จะช่วยเพิ่มฐานผู้ชมได้เป็นอย่างดี มาพร้อมกับการสร้างการรับรู้ และการมีส่วนร่วมจากทั้งลูกค้าเก่า และลูกค้าใหม่ 

       

      • 1.3 สร้าง Effect / Filter ของแบรนด์ เพราะการถ่าย Tiktok ในทุกครั้ง ทั้ง Creator หรือผู้ใช้งานทั่วไปมักใช้ฟิลเตอร์เพื่อความสนุกสนานอยู่แล้ว หากมีการสร้างเป็นของแบรนด์ จะช่วยเพิ่มการจดจำ และภาพลักษณ์ที่เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น

      การทำคอนเทนต์ใน Tiktok ควรเน้นความสม่ำเสมอ และอัปเดตเทรนด์อยู่เสมอ หากแบรนด์มีการติดตามกระแส และอัปโหลดวิดีโอ หรือใช้แผ่นเสียงที่เป็นที่นิยมในขณะนั้น จะช่วยเพิ่มการแสดงผลหน้าฟีด For you ได้ไม่ยาก

      2. ถ่าย Tiktok หรือทำคลิปร่วมกับ Creator 

      เลือก Tiktok Creator หรือ ดาว Tiktok ที่มีฐานผู้ติดตามอยู่แล้ว อีกทั้งยังต้องมีความเข้ากับธุรกิจ โดยพิจารณาจากรูปแบบการถ่าย Tiktok หรือแนวทางคอนเทนต์ที่ทำเป็นประจำ เพื่อกระจายฐานลูกค้าออกไปวงกว้าง ทั้งกระตุ้นฐานเดิม และเพิ่มการรับรู้ให้กับผู้รับชมใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน 

      ทั้งนี้ มีสถิติว่า 33% ของกลุ่มคน Gen Z กดซื้อสินค้าหลังจากรับชมวิดีโอของเหล่าดาว Tiktok ซึ่งธุรกิจสามารถค้นหา Creator เพื่อร่วม Collab กับแบรนด์ได้ที่ TikTok Creator Marketplace features 

      วิธียิง Tiktok Ads เพื่อทำการตลาดออนไลน์

      การทำคลิป Tiktok เป็นวิธีที่ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยทั้งนี้ นอกจากการทำคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ แล้ว การยิงแอด Tiktok ถือเป็นการช่วยเพิ่มการมองเห็น และกระตุ้นการขายได้เป็นอย่างดี 

          1. สร้างแคมเปญโฆษณา พร้อมเลือกวัตถุประสงค์

        การอยากทำ Tiktok Ads ต้องมีบัญชีธุรกิจก่อน จากนั้นจึงทำการสร้างแคมเปญ และเลือกวัตถุประสงค์ในการยิงโฆษณา โดยแบ่งได้ดังนี้ 

            • หากเน้นเพิ่ม Reach แบบแสดงผลต่อจำนวนคนไม่ซ้ำ แนะนำให้เลือก Awareness

            • หากเน้นเพิ่มการเข้าชม หรือยอดวิว แนะนำให้เลือก Consideration

            • หากเน้นกระตุ้นการขาย แนะนำให้เลือก Conversion 

              1. เพิ่มรายละเอียดโดยการสร้าง Ads Group 

            Ads Group หรือกลุ่มโฆษณาย่อยที่อยู่ในแคมเปญ โดยจะต้องเพิ่มรายละเอียด ตามหัวข้อดังต่อไปนี้ 

                • Settings: กรอกชื่อของ Ads Group

                • Placements: เลือกช่องทางการปรากฎของ Tiktok Ads เช่น หน้า For You หรือแอปพลิเคชันอื่นๆ

                • Ad Details: อัปคลิปที่ต้องการ พร้อมรายละเอียดแนบ เช่น Business Type หรือ Tag ต่างๆ

                • Creative Type: เลือกโหมดจัดการ Tiktok Ads

                • Creative Optimization ระบบจัดการ Tiktok Ads อัตโนมัติ

                • Targeting: ระบุกลุ่มเป้าหมาย โดยใส่ Location, เพศ, ช่วงอายุ เป็นต้น โดยกลุ่มเป้าหมายนี้ สามารถดูข้อมูลเชิงลึกแบบ Organic ได้จาก Tiktok Analytic เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการเลือก

                • Budget & Schedule: กำหนดงบประมาณและเวลาในการจ่ายเงินของ Tiktok Ads 

                • Bidding & Optimization: เปรียบเทียบโฆษณาของคู่แข่ง และทำการ Bid ให้สูงกว่า 

              การเป็นที่นิยมของการเล่น Tiktok นำมาซึ่งการแจ้งเกิดของดาว Tiktok มากมาย ทั้งนี้ ยังเป็นช่องทางสร้างกำไรให้กับธุรกิจมาแล้วไม่ถ้วน การทำ Tiktok Ads จึงสามารถช่วยได้ตั้งแต่เพิ่มการมองเห็น สร้างช่องทางการปรากฎของคอนเทนต์ นำมาสู่การสร้างรายได้และกำไรในอนาคตด้วยเช่นกัน หากธุรกิจของคุณ กำลังมองหา Digital Marketing Agency ที่ให้คำปรึกษาเรื่องการทำ Tiktok Ads และการทำโฆษณาออนไลน์ช่องทางอื่นๆ สามารถปรึกษา MarketingGuru ได้ที่

              🧡 ติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษา ฟรี! 🧡

              👉🏻 Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

              👉🏻 โทร 02-381-9045

              👉🏻 Line คลิก > https://page.line.me/marketingguru

              หรือแอด Line : @marketingguru

              👉🏻 E-mail: [email protected]

              ก่อนลงมือทำการตลาด tiktok เหล่าธุรกิจ รวมถึง Digital Agency จำเป็นต้องรู้ก่อนว่า ลง tiktok เวลาไหนคนดูเยอะ เพื่อนำข้อมูลในส่วนนี้ไปวิเคราะห์ในการทำ Tiktok Marketing ในลำดับต่อไป

              รู้ก่อนทำการตลาด TikTok ลง TikTok เวลาไหนคนดูเยอะ อัปเดต 2025

              ก่อนลงมือทำการตลาด tiktok เหล่าธุรกิจ รวมถึง Digital Agency จำเป็นต้องรู้ก่อนว่า ลง tiktok เวลาไหนคนดูเยอะ เพื่อนำข้อมูลในส่วนนี้ไปวิเคราะห์ในการทำ Tiktok Marketing ในลำดับต่อไป

              รู้ก่อนทำการตลาด TikTok ลง TikTok เวลาไหนคนดูเยอะ อัปเดต 2025


              ทำการตลาด TikTok ให้ปัง ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป! แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่ครองใจคนทั่วโลกอย่าง TikTok ได้กลายเป็นสมรภูมิสำคัญสำหรับแบรนด์และนักการตลาดที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง แต่การสร้างคอนเทนต์ที่ดีอย่างเดียวอาจไม่พอ การรู้ “เวลา” ที่เหมาะสมในการโพสต์ก็เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้วิดีโอของคุณกลายเป็นไวรัลได้ในชั่วข้ามคืน บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่าควร ลง TikTok เวลาไหนดี ในปี 2025 พร้อมกลยุทธ์เด็ดที่เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดต้องรู้

              ในยุคที่การแข่งขันสูง การเข้าใจพฤติกรรมของผู้ชมคือหัวใจของการทำการตลาดออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ การเลือกเวลาโพสต์ที่ถูกต้องจะช่วยให้คอนเทนต์ของคุณปรากฏบนหน้า For You Page (FYP) ของกลุ่มเป้าหมายในช่วงเวลาที่พวกเขากำลังใช้งานแอปฯ มากที่สุด เพิ่มโอกาสในการมองเห็น การมีส่วนร่วม และนำไปสู่การสร้างยอดขายในที่สุด

              สถิติผู้ใช้งาน TikTok ในไทย We Are Social และ Meltwater

              • ในปี 2025 มีผู้ใช้ TikTok กว่า 1,590 ล้านบัญชี โดยมีโฆษณาบนแพลตฟอร์ม TikTok สามารถเข้าถึงประชากรราว 19.4% สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชายได้ 30.8% และเข้าถึงกลุ่มผู้หญิงได้ 24.3%
              • TikTok สามารถเข้าถึงประชากรคนไทยที่ 57.8% สูงกว่าทั่วโลกที่เข้าถึงเพียง 27.9% และพบว่าคนไทยใช้เวลากับ TikTok ผ่านแอปฯ บนมือถืออยู่ที่ 37.40 ชั่วโมง สูงกว่าระยะเวลาที่ทั่วโลกใช้ 34.56 ชั่วโมง
              • เวลาใช้งานเฉลี่ยใน TikTok คนไทยใช้เวลาผ่านแอปฯ บนมือถืออยู่ที่ 37.40 ชั่วโมง สูงกว่าระยะเวลาที่ทั่วโลกใช้ 34.56 ชั่วโมง
              • จำนวนผู้ใช้งาน TikTok ที่รับชมวิดีโอที่มีความยาวมากกว่า 1 นาที เพิ่มขึ้น 41%
              • ในช่วง 18.00 – 22.00 น. มีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุด
              tiktok-ads

              ข้อมูลจาก SocialPilot แสดงว่าเวลาที่คนเล่น TikTok หนาแน่นจะอยู่ในช่วง: 12:00–13:00, 18:00–20:00 และ 21:00–23:00 โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำจะเป็นเวลาที่มีการรับชมสูงที่สุดตามเขตเวลาแต่ละประเทศ ทั้งนี้อย่าลืมปรับให้ตรงกับพฤติกรรมผู้ชมในไทยด้วยครับ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SocialPilot เพื่อวิเคราะห์เวลาที่คนดูในไทยตรงกับพฤติกรรมของแบรนด์ 

              โดยข้อมูลอัปเดตปัจจุบัน (ปี 2025) จาก Socialpilot เว็บไซต์ของนักตลาดทั่วโลก ได้สรุปข้อมูลลง TikTok เวลาไหนคนดูเยอะ ได้ดังนี้ 

              • ช่วงวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) จะมีจำนวนผู้ใช้งานมากกว่าวันหยุด
              • ข้อมูลเชิงลึกของวันที่ดีที่สุดในการลงคลิป TikTok คือวันอังคาร และพฤหัสบดี
              • การลงคลิป TikTok แนะนำให้ลงในช่วงเวลาก่อนและหลังเลิกงาน

              จากที่กล่าวไปข้างต้น สำหรับคำถามที่ว่า ลง TikTok เวลาไหนคนดูเยอะสุด อาจจะไม่สามารถระบุคำตอบได้แบบแน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และในขณะเดียวกัน แต่ละแหล่งที่มา ก็อาจจะให้คำตอบที่แตกต่างกันอีกด้วย

              และเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อนักการตลาด รวมถึง Digital Agency ในบทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการลง TikTok เวลาไหนคนดูเยอะ ที่แบ่งตามวัน จาก Social Pilot เพื่อให้สามารถนำไปวิเคราะห์การลงคอนเทนต์ และ TikTok Marketing ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

              ช่วงเวลาลงคลิป TikTok ที่ดีที่สุด แบ่งตามวัน

              • วันจันทร์ : ช่วงเช้า ช่วงพักเบรกระหว่างวัน และช่วงเวลาก่อนเข้านอน ได้แก่ 7.00 น. | 11.00 น.  | 22.00 น.
              • วันอังคาร : ช่วงหลังเที่ยงคืน และช่วงเช้าก่อนทำงาน หรือหลังเลิกเรียน ได้แก่ 02.30 น.  |  04.00 น.  | 19.00 น.
              • วันพุธ : ช่วงเช้าหลังตื่นนอน หรือก่อนทำงาน และช่วงดึกก่อนเข้านอน ได้แก่ 8.00 น.  |  8.00 น.  |  23.00 น. 
              • วันพฤหัสบดี : ก่อนเริ่มงานในช่วงสาย พักเที่ยง และเลิกงาน ได้แก่ 9.00 น.  |  12.00 น.  |  19.00 น.
              • วันศุกร์ : เวลาใกล้เช้า และช่วงบ่าย ซึ่งเป็นช่วงพักสายตาจากงาน ได้แก่ 05.00 น.  |  13.00 น. | 15.00 น. 
              • วันเสาร์ : วันหยุดที่ผู้คนมักตื่นสาย และเวลาว่างจากกิจกรรมในช่วงค่ำ ได้แก่ 11.00 น. |  19.00 น.  |  20.00 น.
              • วันอาทิตย์ : ช่วงเวลาก่อนออกจากบ้านในวันพักผ่อน และช่วงบ่ายที่เกือบเย็น ได้แก่ 8.00 น.  |  16.00 น
              Best-Time-to-Post-on-TikTok

              ข้อมูลเหล่านี้ เป็นสถิติที่ Socialpilot รวบรวมจากคอนเทนต์ส่วนใหญ่ จาก อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง หรือช่วงเวลาคลาดเคลื่อนได้ แต่ทั้งนี้ ก็ยังคงเป็นประโยชน์แก่ธุรกิจ นักการตลาด รวมถึง Digital Agency ที่ต้องการนำไปวิเคราะห์ และจัดทำการตลาด TikTok ในลำดับต่อไป

              เคล็ดไม่ลับ!: อย่าลืมเข้าไปดูข้อมูลเชิงลึกใน TikTok Analytics ของคุณเอง (ไปที่ Profile > Creator tools > Analytics) เพื่อดูว่าผู้ติดตามของคุณออนไลน์มากที่สุดในช่วงเวลาใด ซึ่งจะทำให้การทำ Tiktok Marketing  แม่นยำยิ่งขึ้น

              MarketingGuru เป็น Digital Agency ที่ให้บริการการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม รวมถึง TikTok Marketing ที่จะช่วยให้การทำการตลาด TikTok เป็นเรื่องง่าย ทั้งในส่วนของการทำ Content Marketing, Production & Video และ Influencers & KOL เราก็พร้อมช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา และเป็นคู่คิดการตลาดออนไลน์ให้กับธุรกิจของคุณอย่างเต็มกำลัง

              หมดปัญหาเรื่องยอดวิว – ให้เอเจนซี่มืออาชีพช่วยคุณดีกว่า

              หากคุณไม่มีเวลา หรือยังไม่มั่นใจว่าจะเริ่มต้น ทำการตลาด TikTok ยังไงให้ได้ผล แนะนำให้ใช้บริการของเรา:

              Marketing Guru – เอเจนซี่การตลาดออนไลน์ครบวงจร ที่จะช่วยให้คุณ:

              • วางแผนกลยุทธ์ออนไลน์อย่างแม่นยำ

              • ผลิตคอนเทนต์ วิดีโอ กราฟิกแบบมืออาชีพ

              • ลงโฆษณา Google, Facebook, Instagram, TikTok

              • สร้างเว็บไซต์เน้นปิดการขาย

              🚀 เริ่มต้นง่ายๆ เพียงคลิกที่นี่ >> https://www.marketingguru.io/

              👉🏻 โทร 02-381-9045

              👉🏻 Line คลิก > https://page.line.me/marketingguru

              หรือแอด Line : @marketingguru

              👉🏻 E-mail: [email protected]

              เฟสโดนปิดกั้น เปิดการมองเห็น Facebook ทำการตลาดบนดฟสบุ๊ค

              เฟสโดนปิดกั้น คืออะไร แล้วเปิดการมองเห็น facebook อย่างไรได้บ้าง

              ปัญหาเฟสโดนปิดกั้น สามารถเกิดได้กับทุก Account ทั้งบัญชีส่วนตัว หรือบัญชีธุรกิจ ซึ่งได้กลายเป็นเรื่องที่สร้างผลกระทบให้กับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก ทั้งการทำการตลาดบนเฟสบุ๊ค หรือแม้แต่บุคคลทั่วไป ที่ต้องการแชร์เรื่องราวบน Social Media ด้วยเช่นกัน 

              เจาะลึกปัญหา เฟสโดนปิดกั้น คืออะไร 

              เฟสโดนปิดกั้น คือการที่ผู้ใช้งานหรือบัญชีธุรกิจโพสต์เนื้อหาบน Facebook  แล้วมียอดการเข้าถึงที่น้อยลง รวมถึงยอด Engagement ทั้งการกดไลก์ กดแชร์ หรือคอมเมนต์ลดลงจากเดิม ซึ่งในกรณีบัญชีธุรกิจ หรือ Fanpage สังเกตได้จากข้อมูลเชิงลึกทั้งยอด Reach และ Impression โดยสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการตรวจสอบของ Facebook แล้วพบว่าผิดนโยบาย, การเปลี่ยนแปลงของอัลกอริทึม หรือการคัดกรองคอนเทนต์ของ Facebook ด้วยเช่นกัน

              เฟสโดนปิดกั้น เกิดจากอะไรได้บ้าง 

              1. การตรวจสอบเนื้อหา
              • เนื้อหาผิดนโยบาย เช่น ทำการตลาดบนเฟสบุ๊คแล้วใช้คำโฆษณาเกินจริง, การใช้รูปภาพหรือข้อความอนาจาร, การละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย
              • เนื้อหาซ้ำกับเพจอื่นๆ ไม่มีความแปลกใหม่ หรือไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเพจ 
              1. Facebook ทำการปรับอัลกอริทึม 
              • เฟซบุ๊ก เป็น Social Media ที่มีการอัปเดตและเปลี่ยนแปลงอัลกอรึทึมบ่อยครั้ง ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการคัดเลือก และดันคอนเทนต์ขึ้นหน้า Feed ทั้งนี้ โดยปกติแล้วโพสต์ที่ได้รับความสนใจสูง ทั้งมียอดการเข้าถึง ยอดไลก์ หรือยอดแชร์ในปริมาณมาก มักจะถูกดันให้แสดงผลหน้า Feed มากกว่าคอนเทนต์ทั่วไป 
              1. บัญชีผู้ใช้งาน

              ความน่าเชื่อถือของบัญชี อาจจะส่งผลให้เฟสโดนปิดกั้น เช่น บัญชีของคุณมีความน่าสงสัยว่าเป็นบัญชีปลอม หรือเป็นบัญชีที่เคยมีข้อหาละเมิด และทำผิดนโยบายมาก่อน เป็นต้น

              รู้ได้อย่างไร ว่าเฟสโดนปิดกั้น ? 

              1. เปรียบเทียบข้อมูลเชิงลึกของโพสต์

              เช็กจำนวนยอดการเข้าถึง และการมีส่วนร่วมของโพสต์ในช่วงที่ยังไม่โดนปิดกั้น กับโพสต์ในปัจจุบัน ว่ามีการเพิ่มขึ้น ลดลง หรือแตกต่างกันอย่างไร หากพบว่ามีการลดลงอย่างผิดปกติ ให้ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเกิดจากเฟสโดนปิดกั้น

              1. ทดสอบโพสต์

              โพสต์เนื้อหา แล้วขอความร่วมมือให้ผู้ติดตามกดไลก์ แชร์ หรือแสดงความคิดเห็น แล้วเช็กว่าผู้ติดตามเห็นโพสต์หน้า Feed หรือไม่ หากไม่เห็น นี่อาจจะเป็นสัญญาณของเฟสโดนปิดกั้น

              1. วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก  

              ใช้เครื่องมือ Meta เพื่อดูข้อมูลเชิงลึกของช่วงที่ผ่านมา และปัจจุบัน หากพบว่า การเข้าถึงและการมีส่วนร่วมลดลงอย่างเห็นได้ชัด อาจจะแสดงให้เห็นว่า เหตุมาจาก Facebook โดนปิดกั้นด้วยเช่นกัน 

              แก้ปัญหาเฟสโดนปิดกั้น ด้วยวิธีเปิดการมองเห็น Facebook

              1. หมั่นโพสต์คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และไม่ละเมิดลิขสิทธิ์

              ศึกษานโยบายในการใช้งาน Facebook และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ห้ามปฏิบัติ พร้อมทำความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจอย่างจริงจัง ทั้งนี้ แนะนำว่า ควรผลิตคอนเทนต์ใหม่ๆ ไม่ซ้ำกับของเดิม เพื่อป้องกันการตรวจจับที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

              1. เพิ่มคอนเทนต์ประเภทกิจกรรม สร้างความสัมพันธ์กับผู้ติดตาม 

              ผลิตคอนเทนต์แบบกิจกรรม ที่เน้นการคอมเมนต์ หรือการขอความร่วมมือให้ผู้ติดตามกระทำบางอย่างกับโพสต์ นอกจากจะได้กระตุ้นความสัมพันธ์แล้ว ยังเป็นเครื่องยืนยันต่อ Facebook ว่าเพจของเราไม่ใช่เพจปลอมหรือผิดกฎหมายอีกด้วย

              1. ทำ Facebook Marketing ด้วยการบูสต์หรือยิงแอด

              เพิ่มการมองเห็น ด้วยการทำการตลาดบนเฟสบุ๊ค ทั้งการบูสต์โพสต์ หรือยิงโฆษณา เพื่อให้คอนเทนต์ของเรา แสดงผลหน้า Feed ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น

              1. อัปเดตช่วงเวลาโพสต์ทีดีที่สุด 

              ทุก Social Media มีการปรับอัลกอรึทึมอยู่ตลอดเวลา ทำให้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการโพสต์มักจะเปลี่ยนแปลงเสมอ ควรทำการอัปเดต ณ ขณะนั้น ว่า Facebook ควรโพสต์ช่วงเวลาไหน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงได้แบบ Organic 

              ป้องกันไม่ให้เฟสโดนปิดกั้นได้อย่างไร 

              1. ศึกษานโยบาย และกฎระเบียบการสร้างคอนเทนต์อย่างเคร่งครัด

              ทั้งวิธีการใช้ข้อความ การออกแบบรูปภาพประกอบโพสต์ การใส่ลิงก์แนบ การแชร์เนื้อหาต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยทั้งเปิดการมองเห็น facebook และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเพจด้วยเช่นกัน

              1. เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย ทำคอนเทนต์ได้ตรงจุด

              สิ่งสำคัญคือการผลิตเนื้อหาให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย น่าสนใจ และมีความสร้างสรรค์ เช่น การให้ความรู้ คำแนะนำ หรืออัปเดตข่าวสารที่เป็นประโยชน์ มีที่มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ จะช่วยให้เพจไม่โดนปิดกั้นได้ในระยะยาว 

              ในแต่ละ Social Media มีทั้งนโยบาย และข้อห้ามปฏิบัติ นั่นทำให้ Creator และนักการตลาดจำเป็นที่จะต้องศึกษาก่อนใช้ช่องทางนั้นๆ ควบคู่ไปกับการผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ และตรงกับกลุ่มเป้าหมาย นอกจากจะเป็นการสร้าง Branding ที่ดีให้กับธุรกิจแล้ว ยังถือเป็นการป้องกัน และแก้ปัญหาเฟสโดนปิดกั้นอย่างตรงจุดด้วยเช่นกัน 

              MarketingGuru ผู้ให้บริการด้าน Digital Agency ครอบคลุมการตลาดออนไลน์ทุกด้าน เรามีทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านการทำ Facebook Marketing โดยตรง พร้อมให้คำปรึกษา แนะนำ และผลิตเนื้อหาที่สร้างสรรค์ให้กับธุรกิจ เพื่อให้การทำการตลาดบนเฟสบุ๊คของคุณ ไม่เกิดปัญหาเฟสโดนปิดกั้น นำไปสู่การสร้างการเข้าถึง และการมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิภาพ และปิดการขายได้ในที่สุด 

              🧡 ติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษา ฟรี! 🧡

              👉🏻 Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

              👉🏻 โทร 02-381-9045

              👉🏻 Line คลิก > https://page.line.me/marketingguru

              หรือแอด Line : @marketingguru

              👉🏻 E-mail: [email protected]

              MG-JAN-Banner-1

              เตือนภัย! มิจฉาชีพออนไลน์ รูปแบบใหม่บน Meta

              มิจฉาชีพในโลกออนไลน์ มีให้เห็นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ซึ่งหลายเพจ โดนกระทำในรูปแบบของการส่งข้อความ โดยแฝงตัวเป็นบุคคลหรือทีมงานจาก Meta และแจ้งข้อมูลว่า บัญชีของเราผิดนโยบาย หรือกำลังจะถูกระงับหากไม่ติดต่อกลับ โดยนั่นเป็นกลลวงสแปม ที่จะทำให้เราพลาดติดกับดักของผู้ร้ายเหล่านั้นได้ง่าย

              ในบทความนี้ จะขอแนะนำวิธีการสังเกตสแปมดังกล่าว พร้อมตัวอย่างการส่งข้อความผ่าน Messenger เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการโดนมิจฉาชีพหลอกลวงได้ค่ะ

              วิธีการสังเกตข้อความสแปมบน Facebook แบบเบื้องต้น

              • ใช้ชื่อหรือโลโก้ผู้ส่งที่น่าเชื่อถือ ในกรณีนี้ คือปลอมแปลงเป็นบุคคลของ Meta
              • ใช้คำให้รู้สึกถึงความเร่งด่วน เช่น แจ้งปัญหาต่างๆ และมักจะทิ้งท้ายว่า บัญชีจะถูกระงับ
              • แนบลิงก์ที่สะกดไม่ถูกต้อง อ้างอิงจากตัวอย่างที่แนบมา ถ้าสังเกตอย่างละเอียด คำว่า centrer จะสะกดผิด

              ตัวอย่างข้อความสแปมที่อ้างว่าติดต่อมาจาก Meta

              จากตัวอย่างข้อความสแปม จะเห็นว่าผู้ที่ทักเข้ามา จะแอบอ้างเป็น Meta ซึ่งหากไม่สังเกต อาจจะทำให้หลงกลได้ง่าย ด้วยการใช้ภาพ โปรไฟล์ หรือแม้แต่ข้อความอีกด้วย

              และหากพิจารณาลึกลงไปกว่านั้น จะเห็นเนื้อหาข้อความที่มีการให้ใส่รหัสอ้างอิง และลิงก์เพื่อขอความช่วยเหลือ นั่นทำให้หลงเชื่อได้ง่ายกว่าเดิม แต่ทั้งนี้ ลิงก์ดังกล่าวที่แนบมานั้น ห้ามคลิกเด็ดขาด เพราะเราไม่รู้ได้เลยว่า ปลายทางของลิงก์ดังกล่าวนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งสแปม หรือการดาวน์โหลดไฟล์ลงเครื่องอัตโนมัติ

              หมายเหตุ: การส่งข้อความสแปม มีด้วยกันหลากหลายแบบ ซึ่งตัวอย่างข้างต้น เป็นแบบที่พบเจอบ่อย ซึ่งจริงๆแล้ว มิจฉาชีพอาจจะส่งข้อความมาในรูปแบบอื่นได้ด้วยเช่นกัน

              ดังนั้น หากเจอการกระทำดังกล่าว ควรลบข้อความสแปมนั้นทิ้งทันที และห้ามคลิกลิงก์ที่แนบมา เพื่อความปลอดภัย และป้องกันการโดนแฮก

              วิธีเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน Facebook 

              • เปิดการยืนยันตัวตน 2 ชั้น
              • ใช้รหัสผ่านที่คาดเดายาก และไม่ซ้ำกันในแต่ละแพลตฟอร์ม
              • ทำการอัปเดตรหัสผ่านอยู่เรื่อยๆ เช่น เปลี่ยนทุกๆ 3 เดือน
              • สังเกตกลุ่มที่เข้าร่วม หากมีการส่งสแปม ให้ออกจากกลุ่มนั้นทันที
              • สังเกตทุกครั้งที่มีการทักมาทาง Messenger เพราะต่อให้เป็นเพื่อนกัน อาจจะเป็นสแปมที่โดนแฮกแล้ว
              • อย่าหลงเชื่อโพสต์ในรูปแบบข้อเสนอต่างๆ เช่น คลิกลงทะเบียนรับเงิน
              • ไม่ติดตั้งแอปพลิเคชันแปลกๆ ที่แนะนำให้โหลดด้วยคำชวนเชื่อเกินจริง เช่น ติดตั้งแล้วรวย
              • ไม่แชร์โพสต์ที่เสี่ยงเป็นสแปม

              อันตรายมีอยู่ทุกที่ แม้แต่ในโลกออนไลน์ สิ่งสำคัญที่สุด คือการหมั่นสังเกตความผิดปกติของข้อความดังกล่าว รวมถึงลิงก์ที่แนบมา และการคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกครั้ง เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ที่อาจจะส่งผลต่อธุรกิจได้นั่นเอ

              Read More...