5 วิธีสร้าง Brand Loyalty ในยุคที่ขับเคลื่อนด้วย Gen Z

5 วิธีสร้าง Brand Loyalty ในยุคที่ขับเคลื่อนด้วย Gen Z

5 วิธีสร้าง Brand Loyalty ในยุคที่ขับเคลื่อนด้วย Gen Z

Brand Loyalty คืออะไร? (และทำไมมันถึงยากกว่าเดิมมากก)

พูดตรงๆ เลยนะ  ถ้าคุณยังคิดว่า Brand Loyalty คือแค่ "ทำสินค้าดี แล้วลูกค้าจะกลับมาเอง" ขอบอกเลยว่าปี 2026 มันไม่ work แบบนั้นอีกต่อไปแล้ว Brand Loyalty หรือ ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ คือ ความรู้สึกที่ลูกค้าเลือกซื้อแบรนด์เดิมซ้ำๆ โดยไม่ต้องการเปลี่ยนใจไปหาคู่แข่ง ซึ่งมาจากทั้ง "ความเชื่อใจ" "ความรู้สึกผูกพัน" และ "ประสบการณ์ที่ดีสม่ำเสมอ" ที่แบรนด์มอบให้

แต่ปัญหาคือ... Gen Z ไม่ได้ภักดีต่อแบรนด์แบบรุ่นพ่อแม่

จากงานวิจัยของ NIQ (NielsenIQ) เผยว่า Gen Z มีสัดส่วนประชากรโลกถึง 25% และในไทย ราว 20% กำลังจะกลายเป็น กลุ่มกำลังซื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยธนาคารแห่งอเมริกาคาดว่าการใช้จ่ายของ Gen Z ทั่วโลกจะพุ่งจาก 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2024 ไปแตะ 12.6 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030 แต่ Gen Z ก็คือกลุ่มที่ "เบื่อเร็วที่สุด" ด้วยเช่นกัน จากงานวิจัย CMMU พบว่า Gen Z เป็น Gen ที่ขี้เบื่อมากที่สุดในบรรดาทุก Generation และกว่า 86% ของ Gen Z ไทยจะค้นคว้าข้อมูลก่อนซื้อทุกครั้ง สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 71% เพราะฉะนั้นแบรนด์ที่จะ ครองใจ Gen Z ได้ ต้องสร้าง Brand Loyalty แบบใหม่  ไม่ใช่แค่ loyalty จาก "ความเคยชิน" แต่ต้องมาจาก "ความเชื่อมั่น" และ "ประสบการณ์ที่แท้จริง"

มาดูกันเลยว่า 5 วิธีสร้าง Brand Loyalty ในยุค Gen Z มีอะไรบ้าง

5 วิธีสร้าง Brand Loyalty ในยุคที่ขับเคลื่อนด้วย Gen Z

1. คงมาตรฐานสินค้า รักษาคุณภาพให้สม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่วันแรก

"รักษาคุณภาพสินค้าและบริการให้ดีสม่ำเสมอ" ฟังดูพื้นฐานมาก แต่จริงๆ นี่คือ รากฐานที่แข็งแกร่งที่สุด ของ Brand Loyalty เลย เพราะ Gen Z ฉลาดมาก พวกเขาค้นคว้าข้อมูลก่อนซื้อทุกครั้ง เปรียบเทียบราคาหลายแพลตฟอร์ม และเหตุผลอันดับ 1 ที่พวกเขาตัดสินใจซื้อคือ คุณภาพตามมาด้วยราคาแต่ไม่ใช่แค่ "ดีในวันที่เพิ่งซื้อ" นะ  ความสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญ เพราะ Gen Z จะไม่ให้อภัยถ้าประสบการณ์ครั้งที่สองแย่กว่าครั้งแรก และมีโซเชียลมีเดียพร้อมโพสต์รีวิวแง่ลบอยู่ตลอดเวลา

Tip สำหรับแบรนด์:

  • ตั้ง standard ของ customer experience (CX) ให้ชัดและทำตามได้จริงทุกครั้ง
  • ฝึก team ให้ตอบ feedback ลูกค้าเร็วและจริงใจ
  • พูดอะไรไว้ ต้องทำให้ได้ เพราะ Gen Z จำได้ทุกอย่าง

2. สร้างความประทับใจให้ลูกค้า  จำชื่อเขาให้ได้ ไม่ใช่แค่ออเดอร์

"จำลูกค้าและพฤติกรรมการซื้อ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์จำฉันได้" Gen Z โตมาในโลกที่ Spotify รู้ว่าชอบเพลงอะไร Netflix รู้ว่าชอบซีรีส์แนวไหน และ TikTok รู้ว่าดูวิดีโออะไรค้างไว้จนถึงกี่วินาที ดังนั้น ถ้าแบรนด์ไม่รู้จักพวกเขาเลย มันรู้สึก cold มาก จากงานวิจัยของ NIQ พบว่า Gen Z เป็น Generation ที่คาดหวัง Personalization มากที่สุด พวกเขาต้องการให้แบรนด์ตอบสนองตรงความชอบ ความเชื่อ และรสนิยมเฉพาะตัว ไม่ใช่โฆษณา one-size-fits-all แบบเดิมและจาก Kantar รายงานว่า 97% ของ Gen Z มองว่า "ครีเอเตอร์ที่น่าเชื่อถือ" มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อ นั่นเป็นเพราะ Gen Z เชื่อ "คนจริงๆ" มากกว่าโฆษณาสวยหรู

Tip สำหรับแบรนด์:

  • ทำ Personalized Marketing ตามข้อมูลพฤติกรรมจริง ไม่ใช่แค่ใส่ชื่อใน email
  • ลงทุนกับ CRM ดีๆ เพื่อเก็บ customer journey ทุก touchpoint
  • ใช้ UGC (User-Generated Content) และ creator จริงๆ ในการสื่อสาร ไม่ใช่แค่ดาราดัง

3. มี Brand Personality ชัดเจน เป็นตัวเองให้สุด อย่าพยายามเป็นทุกอย่างให้ทุกคน

"สื่อสารตัวตนแบรนด์ผ่านภาษา ดีไซน์ และคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ" Gen Z เติบโตมากับโซเชียลมีเดีย พวกเขา detect "ความไม่จริง" ได้ตั้งแต่วินาทีแรก ถ้าแบรนด์ไหน "แกล้งทำเป็น" ว่าเข้าใจ Gen Z แต่ภาษาพูดยังเป็นสไตล์องค์กรเก่าๆ  Gen Z จะ scroll ผ่านไปทันที ความจริงใจที่สัมผัสได้ คือสิ่งที่ Gen Z ให้คุณค่าที่สุด จากข้อมูลของ EMARKETER พบว่า 52% ของ Gen Z รู้สึกผูกพันกับครีเอเตอร์บนโซเชียลมีเดีย มากกว่าดาราโทรทัศน์ เพราะครีเอเตอร์ดูจริง ดู relatable และไม่ได้แสร้งทำเป็นและ 40% ของ Gen Z เคยเลิกซื้อแบรนด์ที่ยกเลิกนโยบาย DEI (ความหลากหลาย ความเท่าเทียม) แสดงว่าจุดยืนของแบรนด์ส่งผลต่อกระเป๋าสตางค์โดยตรง

Tip สำหรับแบรนด์:

  • กำหนด Brand Voice ให้ชัด แล้วใช้ให้ consistent ในทุก channel
  • อย่ากลัวที่จะแสดงจุดยืนในประเด็นที่แบรนด์เชื่อจริงๆ (แต่ต้องทำจริงด้วย ไม่ใช่แค่พูด)
  • สร้างคอนเทนต์ที่ให้ความรู้สึก “มนุษย์จริงๆ” มากกว่า corporate

4. ใช้ระบบ Reward Loyalty ให้รางวัลที่ "รู้สึกว่าคุ้ม" จริงๆ ไม่ใช่แค่สะสมแต้มแล้วลืม

"ใช้ระบบสะสมคะแนน โปรโมชันสมาชิก หรือสิทธิ์พิเศษก่อนใคร เพื่อกระตุ้นการกลับมาซื้อซ้ำ"Reward ยังทำงานได้ดีอยู่นะ แต่ต้องทำให้ถูกวิธี เพราะ Gen Z ฉลาด พวกเขารู้ว่าแบรนด์ไหนทำ loyalty program แบบ "เหนียม" สะสมแต้มเป็นปีก็แลกได้แค่ส่วนลด 5 บาท แบบนั้นไม่ work

สิ่งที่ Gen Z อยากได้จาก Loyalty Program:

  • ความรู้สึกพิเศษก่อนใคร เช่น  Early access, exclusive content, ได้ลองก่อนวางขายจริง
  • ความยืดหยุ่น Gen Z 54% ใช้ BNPL (Buy Now Pay Later) ในช่วงเทศกาล และ 30.2% ของผู้ใช้ BNPL ในสหรัฐฯ คือ Gen Z เพราะพวกเขาต้องการ payment options ที่ยืดหยุ่น
  • รางวัลที่ใช้ได้จริงและรู้สึกว่าคุ้ม  ไม่ใช่แค่แต้มที่ต้องรอนาน 2 ปีถึงจะแลกได้

ข้อควรระวัง คือ การใช้ Reward Loyalty ดีในการกระตุ้นให้กลับมาซื้อ แต่ถ้าใช้ผิดอาจทำให้ลูกค้าภักดีกับ "โปรโมชั่น" มากกว่าภักดีกับ "แบรนด์" ซึ่งวันที่คู่แข่งลดราคามากกว่า ลูกค้าก็พร้อมวิ่งหนีไปทันที

Tip สำหรับแบรนด์:

  • ออกแบบ loyalty program ที่สร้าง emotional value ไม่ใช่แค่ transactional value
  • ให้ประสบการณ์พิเศษที่คู่แข่งเลียนแบบยาก (เช่น exclusive event, behind-the-scenes)
  • ใช้ระบบ omnichannel ให้คะแนนสะสมใช้ได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ไม่ขาดตอน

5. ฟังเสียงลูกค้าให้มาก เพราะ Gen Z พร้อมบอกตลอดว่าอยากได้อะไร

"นำคำแนะนำไปปรับปรุงแบรนด์ให้เห็นผล เพื่อสร้างความผูกพันระยะยาว" Gen Z เป็น Generation ที่พูดตรง แชร์ opinion ตลอดเวลา และถ้าแบรนด์ไหนรับฟังแล้วไม่ทำอะไรเลย พวกเขาจะไม่พูดอีก แต่จะเปลี่ยนแบรนด์แทนแต่ถ้าแบรนด์ ฟังแล้วทำจริง มันเป็นหนึ่งใน loyalty builder ที่ทรงพลังที่สุด เพราะ Gen Z จะรู้สึกว่า "แบรนด์นี้มองเห็นฉัน" ซึ่งสอดคล้องกับ Sense of Belonging ที่เป็นหนึ่งใน core needs ของ Gen Zจากงานวิจัย NIQ พบว่า Gen Z ต้องการ การมีส่วนร่วมกับแบรนด์ (Belonging and Self-Esteem) และชอบ Fandom Marketing ที่ทำให้รู้สึกเป็น "ส่วนหนึ่ง" ของแบรนด์ ไม่ใช่แค่ผู้ซื้อ

Tip สำหรับแบรนด์:

  • สร้าง Community Platform ที่ลูกค้าพูดคุยกันได้ (Discord, Facebook Group, Line Community)
  • ทำ survey หรือ poll ง่ายๆ บนโซเชียล แล้วอ้างอิงให้ชัดว่าเอา feedback ไปทำอะไรต่อ
  • Co-create กับลูกค้า เช่น ให้ vote เลือก packaging ใหม่ หรือ flavor ต่อไป

ยกตัวอย่าง แบรนด์ไทยที่ทำ Brand Loyalty ให้อยู่หมัดในยุค Gen Z

ทฤษฎีดีแค่ไหน ก็ต้องพิสูจน์ด้วยของจริง มาดู 2 แบรนด์ไทยที่ทำ Brand Loyalty ได้จริงในยุคที่ Gen Z เบื่อง่ายที่สุดในประวัติศาสตร์การตลาด

1. LA GLACE  เมื่อ "ความจริงใจ" กลายเป็นกลยุทธ์หลัก

La Glace

ขอบคุณรูปภาพจาก: https://brandinside.asia/la-glace-success-story/

ทำไมถึงสำเร็จ? La Glace ไม่ได้ชนะด้วยงบโฆษณา แต่ชนะด้วยการทำให้ลูกค้า "รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง" ของแบรนด์จริงๆหลักที่ใช้ได้ผลที่สุดคือการเปลี่ยนลูกค้าให้กลายเป็น Affiliate กว่า 400,000 คน ซึ่งขายของให้แบรนด์ด้วยความเต็มใจ ยอดขายกว่า 70% บน TikTok มาจากกลุ่มนี้ ไม่ใช่จาก Official Account ของแบรนด์เลย นั่นคือ Reward Loyalty ที่ชาญฉลาด เพราะไม่ได้ให้แค่ส่วนลด แต่ให้ "โอกาสและตัวตน"อีกจุดที่แข็งมากคือการรับผิดชอบเมื่อพลาด ครั้งที่ออเดอร์ผิดกว่า 3,800 รายการ แบรนด์เลือกแบกต้นทุนเกือบ 5 ล้านบาทเพื่อชดเชยลูกค้าอย่างเต็มที่ ผลคือลูกค้าที่เจ็บปวดกลับมาซื้อซ้ำ เพราะ Gen Z จำความจริงใจได้ดีกว่าโปรโมชั่น

2. ชาตรามือ  เมื่อ "ความสม่ำเสมอ" สร้างความเชื่อใจข้ามรุ่น

ชาตรามือ

ขอบคุณรูปภาพจาก: https://marketeeronline.co/archives/421253

ทำไมถึงสำเร็จ? ชาตรามือเป็นแบรนด์ชาไทยอายุกว่า 81 ปี ที่ยังครองใจ Gen Z ได้ เพราะใช้หลักที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง คือ "คุณภาพที่จับต้องได้จริง ในราคาที่เข้าถึงง่าย" โดยไม่เคยเปลี่ยน Core Value แม้แต่วันเดียวตลอด 81 ปีจุดแข็งเชิงธุรกิจคือการรักษามาตรฐานรสชาติให้สม่ำเสมอทุกสาขา บริหารแบบ Corporate ทั้งหมดเพื่อให้ทุก touchpoint คุณภาพไม่แกว่ง จาก INTAGE Thailand พบว่าชาตรามือมี Awareness เกือบ 100% และอัตราการเปลี่ยนจากรู้จักเป็นลูกค้าจริงก็เกือบ 100% เช่นกันนอกจากนี้ยังสร้าง Brand Personality ในฐานะ Soft Power ไทย ที่ Gen Z ภูมิใจพกพา จนกลายเป็น Organic Moment ที่ไม่ต้องจ้าง เช่น โรเซ่ BLACKPINK ถือชาตรามือก่อนขึ้นเวทีคอนเสิร์ต และนักท่องเที่ยวทั่วโลกถ่ายรูปแชร์เองโดยไม่มีค่าจ้าง

บทเรียนร่วมจากทั้ง 2 แบรนด์

แม้จะต่างกลุ่มสินค้าและกลยุทธ์ แต่มีจุดร่วมเดียวกันคือทั้งสองแบรนด์ไม่เคยพยายาม "แกล้งทำเป็น" ว่าเข้าใจ Gen Z แต่เลือกที่จะ ทำจริง สม่ำเสมอ และรับผิดชอบ เมื่อผิดพลาด
ซึ่งนั่นแหละคือสูตรที่ Gen Z มองหาในแบรนด์ที่จะภักดีด้วย

ทั้ง 5 วิธีนี้ไม่ต้องทำพร้อมกันทีเดียว เริ่มจากจุดที่แบรนด์คุณยังทำได้ไม่ดีพอ แล้วค่อยๆ build ไป เพราะ Brand Loyalty ที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากแคมเปญเดียว แต่เกิดจากทุก interaction เล็กๆ ที่สะสมกันเป็นปีๆ

FAQ คำถามที่มักพบเจอบ่อยๆ

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนในทีมที่กำลังคิดเรื่อง loyalty strategy อ่านด้วยกันนะ

ยังไม่แน่ใจว่าแบรนด์ของคุณมี Brand Loyalty แล้วหรือยัง?
การสร้าง Brand Loyalty ไม่ใช่เรื่องที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่คือกระบวนการที่ต้องวางแผน ปรับปรุง และติดตามผลอยู่เสมอ ถ้าไม่รู้จะเริ่มยังไง หรืออยากได้ทีมที่ช่วยวางกลยุทธ์ให้ตรงจุด MarketingGuru พร้อมช่วยเลย

ติดตามเทรนด์การตลาดและเคล็ดลับดี ๆ แบบนี้ได้ที่:
Facebook: MarketingGuru – Digital Marketing Agency
Tel: 02-381-9045
Line: @marketingguru

จากความนิยมในการเล่น Tiktok ส่งผลให้การตลาดออนไลน์ ร้านค้าและธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับการทำ Tiktok Ads

ทำการตลาดออนไลน์ ใช้ Tiktok Ads พร้อมวิธียิงแอด Tiktok

จากความนิยมในการเล่น Tiktok ส่งผลให้การตลาดออนไลน์ ร้านค้าและธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับการทำ Tiktok Ads

ทำการตลาดออนไลน์ ใช้ Tiktok Ads พร้อมวิธียิงแอด Tiktok

จากความนิยมในการเล่น Tiktok ส่งผลให้การตลาดออนไลน์ ร้านค้าและธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับการทำ Tiktok Ads และยิ่งเป็นยุคทองของ Short Video ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้การถ่าย Tiktok ในปัจจุบัน ไม่เพียงแค่เพื่อความสนุกเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางรายได้ของธุรกิจด้วยเช่นกัน 

หากอยากยิงแอด Tiktok คุณต้องรู้อะไรบ้าง 

  1. เลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับแบรนด์

เนื่องจากการทำคลิป Tiktok สามารถเพิ่มลูกเล่น เพลง และวิธีการนำเสนอได้หลายแบบ ซึ่งทั้งหมดนี้ ล้วนแล้วแต่สร้างการรับรู้ และการมีส่วนร่วมไปพร้อมกัน โดยสามารถแบ่งรูปแบบการถ่าย Tiktok ได้ดังนี้

  • 1.1 เน้นการเรียกยอด Reach จะปรากฏในหน้าฟีดของผู้ใช้งานโดยตรง เป็นการยิงแอด Tiktok ที่แทรกเนียนไปกับวิดีโอทั่วไป ซึ่งจะมีการเพิ่มปุ่ม Call to Action ได้  โดยรูปแบบนี้จะมีความยาวอยู่ที่ 3-5 นาที

 

  • 1.2 เข้าร่วมแคมเปญจาก Hashtag พลังของ Hashtag Challenge จะช่วยเพิ่มฐานผู้ชมได้เป็นอย่างดี มาพร้อมกับการสร้างการรับรู้ และการมีส่วนร่วมจากทั้งลูกค้าเก่า และลูกค้าใหม่ 

 

  • 1.3 สร้าง Effect / Filter ของแบรนด์ เพราะการถ่าย Tiktok ในทุกครั้ง ทั้ง Creator หรือผู้ใช้งานทั่วไปมักใช้ฟิลเตอร์เพื่อความสนุกสนานอยู่แล้ว หากมีการสร้างเป็นของแบรนด์ จะช่วยเพิ่มการจดจำ และภาพลักษณ์ที่เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น

การทำคอนเทนต์ใน Tiktok ควรเน้นความสม่ำเสมอ และอัปเดตเทรนด์อยู่เสมอ หากแบรนด์มีการติดตามกระแส และอัปโหลดวิดีโอ หรือใช้แผ่นเสียงที่เป็นที่นิยมในขณะนั้น จะช่วยเพิ่มการแสดงผลหน้าฟีด For you ได้ไม่ยาก

2. ถ่าย Tiktok หรือทำคลิปร่วมกับ Creator 

เลือก Tiktok Creator หรือ ดาว Tiktok ที่มีฐานผู้ติดตามอยู่แล้ว อีกทั้งยังต้องมีความเข้ากับธุรกิจ โดยพิจารณาจากรูปแบบการถ่าย Tiktok หรือแนวทางคอนเทนต์ที่ทำเป็นประจำ เพื่อกระจายฐานลูกค้าออกไปวงกว้าง ทั้งกระตุ้นฐานเดิม และเพิ่มการรับรู้ให้กับผู้รับชมใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน 

ทั้งนี้ มีสถิติว่า 33% ของกลุ่มคน Gen Z กดซื้อสินค้าหลังจากรับชมวิดีโอของเหล่าดาว Tiktok ซึ่งธุรกิจสามารถค้นหา Creator เพื่อร่วม Collab กับแบรนด์ได้ที่ TikTok Creator Marketplace features 

วิธียิง Tiktok Ads เพื่อทำการตลาดออนไลน์

การทำคลิป Tiktok เป็นวิธีที่ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยทั้งนี้ นอกจากการทำคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ แล้ว การยิงแอด Tiktok ถือเป็นการช่วยเพิ่มการมองเห็น และกระตุ้นการขายได้เป็นอย่างดี 

      1. สร้างแคมเปญโฆษณา พร้อมเลือกวัตถุประสงค์

    การอยากทำ Tiktok Ads ต้องมีบัญชีธุรกิจก่อน จากนั้นจึงทำการสร้างแคมเปญ และเลือกวัตถุประสงค์ในการยิงโฆษณา โดยแบ่งได้ดังนี้ 

        • หากเน้นเพิ่ม Reach แบบแสดงผลต่อจำนวนคนไม่ซ้ำ แนะนำให้เลือก Awareness

        • หากเน้นเพิ่มการเข้าชม หรือยอดวิว แนะนำให้เลือก Consideration

        • หากเน้นกระตุ้นการขาย แนะนำให้เลือก Conversion 

          1. เพิ่มรายละเอียดโดยการสร้าง Ads Group 

        Ads Group หรือกลุ่มโฆษณาย่อยที่อยู่ในแคมเปญ โดยจะต้องเพิ่มรายละเอียด ตามหัวข้อดังต่อไปนี้ 

            • Settings: กรอกชื่อของ Ads Group

            • Placements: เลือกช่องทางการปรากฎของ Tiktok Ads เช่น หน้า For You หรือแอปพลิเคชันอื่นๆ

            • Ad Details: อัปคลิปที่ต้องการ พร้อมรายละเอียดแนบ เช่น Business Type หรือ Tag ต่างๆ

            • Creative Type: เลือกโหมดจัดการ Tiktok Ads

            • Creative Optimization ระบบจัดการ Tiktok Ads อัตโนมัติ

            • Targeting: ระบุกลุ่มเป้าหมาย โดยใส่ Location, เพศ, ช่วงอายุ เป็นต้น โดยกลุ่มเป้าหมายนี้ สามารถดูข้อมูลเชิงลึกแบบ Organic ได้จาก Tiktok Analytic เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการเลือก

            • Budget & Schedule: กำหนดงบประมาณและเวลาในการจ่ายเงินของ Tiktok Ads 

            • Bidding & Optimization: เปรียบเทียบโฆษณาของคู่แข่ง และทำการ Bid ให้สูงกว่า 

          การเป็นที่นิยมของการเล่น Tiktok นำมาซึ่งการแจ้งเกิดของดาว Tiktok มากมาย ทั้งนี้ ยังเป็นช่องทางสร้างกำไรให้กับธุรกิจมาแล้วไม่ถ้วน การทำ Tiktok Ads จึงสามารถช่วยได้ตั้งแต่เพิ่มการมองเห็น สร้างช่องทางการปรากฎของคอนเทนต์ นำมาสู่การสร้างรายได้และกำไรในอนาคตด้วยเช่นกัน หากธุรกิจของคุณ กำลังมองหา Digital Marketing Agency ที่ให้คำปรึกษาเรื่องการทำ Tiktok Ads และการทำโฆษณาออนไลน์ช่องทางอื่นๆ สามารถปรึกษา MarketingGuru ได้ที่

          🧡 ติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษา ฟรี! 🧡

          👉🏻 Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

          👉🏻 โทร 02-381-9045

          👉🏻 Line คลิก > https://page.line.me/marketingguru

          หรือแอด Line : @marketingguru

          👉🏻 E-mail: [email protected]

          วิธีเขียน Content ในส่วน Digital Marketing

          วิธีเขียนคอนเทนต์เรียก Engagement บน Facebook

          คำว่า ‘Engagement’ ถือเป็นอีกหนึ่งคำที่สาย Digital marketing รวมถึงสาย Content marketing คุ้นเคยเป็นอย่างดี ซึ่ง Engagement ถือว่ามีความสำคัญในการเขียนคอนเทนต์ รวมไปถึงการยิงโฆษณาออนไลน์ ซึ่งจะนิยมใช้ใน Facebook มากกว่าช่องทางอื่นๆ

          Engagement ถือเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ตั้งแต่การเขียนคอนเทนต์ ไปจนถึงการสร้างโฆษณา ซึ่งหมายถึงการมีส่วนร่วม ทั้งการกด Like, Share, Comment การคลิกดูรูป และทุกอย่างที่เป็นการกระทำต่อคอนเทนต์นั้นๆ ซึ่งหากเราสามารถเขียนคอนเทนต์ให้เกิด Engagement เยอะๆได้ จะถือเป็นการเพิ่มการเข้าถึงและการมองเห็นโพสต์นั้นๆของเรา ให้แสดงให้หน้าฟีดและ Timeline มากขึ้นค่ะ 

          แล้วต้องทำ Content Marketing แบบไหน ถึงจะเพิ่มยอด Engagement วันนี้ เรามีทริคมาฝากกันค่ะ

          •  เขียนคอนเทนต์แบบให้ความรู้

          การนำเสนอคอนเทนต์แบบให้ความรู้ จะได้รับการมีส่วนร่วมมากกว่าการเขียนคอนเทนต์ขายแบบตรงๆ เพราะเมื่อผู้ชมอ่านแล้วรู้สึกชอบ และเห็นว่ามีประโยชน์ จะรู้สึกอยากกด Like & Share ค่ะ 

          อย่างที่บอกไปเลยค่ะ ว่า Engagement คือการมีส่วนร่วมกับโพสต์ของเราในทุกๆรูปแบบ หากเราเขียนคอนเทนต์ในรูปแบบของ Album post จะทำให้เกิดการอยากกดดูภาพต่อไป นั่นแหละค่ะ อีกหนึ่ง Engagement ที่สร้างได้จากอัลบั้มเลยล่ะ

          เทรนด์วิดีโอแบบสั้น ยังคงเป็นคอนเทนต์ที่เข้าถึงผู้คนได้ง่ายเสมอ และด้วยข้อมูลในส่วนนี้ ทำให้เหล่า Content Creator เองก็สามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับรูปแบบคอนเทนต์ของตนได้ ประกอบกับจะต้องเป็นเรื่องที่น่าสนใจ จะทำให้ความต้องการอยากคลิกชมของผู้ที่พบเห็นมีเยอะ ส่งผลให้ยอด Engagement เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกันค่ะ

          • เขียนคอนเทนต์แบบคำถาม ชวนให้คอมเมนต์

          ในบางครั้ง คอนเทนต์เองก็ไม่จำเป็นต้องเป็นภาพกราฟิก หรือวิดีโอที่สวยและตัดต่อแบบมืออาชีพ การตั้งคำถามและชวนให้ผู้ที่พบเห็นแสดงความคิดเห็น ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะเพิ่ม Engagement ได้แบบไม่ยาก แต่จะต้องเป็นประเด็นที่น่าสนใจ และสามารถคอมเมนต์ได้แบบปลายเปิดนะคะ ไม่มีขอบเขตของคำตอบที่ถูกต้อง แบบนั้นจะยิ่งสร้างการมีส่วนร่วมได้แบบไฟลุกเลยค่ะ

          • สร้าง Content Marketing แบบ Real time

          การเขียน Real time content ต่อจะให้เป็นสิ่งที่มาไวไปไว แต่เพียงแค่ช่วงสั้นๆ เราก็ไม่ควรปล่อยผ่านนะคะ หากเรานำเทรนด์มาเล่นให้น่าสนใจ จากเพียงแค่กระแสในระยะเวลาสั้นๆ อาจจะส่งผลให้ผู้ชมติดตามเราแบบระยะยาวได้เลยนะ 

          • การเลือกเวลาโพสต์ให้ถูก

          เวลาโพสต์เองก็สำคัญต่อการทำคอนเทนต์เช่นกัน หากเราเลือกเวลาที่กลุ่มเป้าหมายกำลังใช้งานอยู่ ณ ขนาดนั้น อาจจะสร้างการมองเห็นและเข้าถึงได้มากกว่าเวลาอื่นๆ ซึ่งต้องบอกว่า เวลาโพสต์ที่เหมาะสม ในแต่ละเพจและแต่ละธุรกิจเองก็แตกต่างกัน แนะนำว่าลองโพสต์เวลาให้หลากหลาย แล้วค่อยวิเคราะห์จากข้อมูลเชิงลึกอีกครั้งดีกว่าค่ะ

          • เขียนคอนเทนต์ดีไม่พอ ต้องสม่ำเสมอด้วย 

          วิธีนี้จะส่งผลดีต่อการรักษากลุ่มผู้ติดตามเดิม หากอยู่ๆ ธุรกิจไม่ได้ทำการอัปเดตเป็นเวลานาน นอกจากจะส่งผลต่อการมองเห็นในการกลับมาอัปเดตใหม่แล้ว ยังส่งผลต่อจำนวนผู้ติดตามที่อาจจะลดหายไปด้วย ดังนั้นการโพสต์อย่างสม่ำเสมอ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่ควรทำเป็นอย่างยิ่งค่ะ

          อ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับ Content Marketing เพิ่มเติมได้เลย

          🔸 ทำไมการทำ Content จึงจำเป็นกับ Digital marketing agency

          การสร้าง Content Marketing เรียกยอด Engagement ถือเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดคุณภาพคอนเทนต์ได้ดีเลยค่ะ หากเราเขียนคอนเทนต์ แล้วเกิดการมีส่วนร่วมเยอะ นั่นเป็นตัวบ่งบอกว่า คอนเทนต์ของเรามีความน่าสนใจ และเป็นที่พูดถึงของกลุ่มผู้ชม ทั้งนี้ ในแต่ละธุรกิจเอง ก็จำเป็นที่จะต้องทดลองโดยการโพสต์คอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ เพื่อวิเคราะห์ว่าคอนเทนต์เรื่องราวแบบไหน ถูกใจกลุ่มผู้พบเห็นมากที่สุด แล้วค่อยแทรกเทคนิคตามที่เรานำมาแบ่งปันไปข้างต้นค่ะ 🙂

          Content Marketing ถือเป็นสิ่งที่ยังคงสำคัญกับการทำการตลาดออนไลน์ทุกช่องทาง ไม่เพียงแค่ Facebook เท่านั้น หากธุรกิจใดสนใจ อยากเพิ่มช่องทางนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีสร้างรายได้ สามารถทักมาขอคำปรึกษาฟรีกับ MarketingGuru ได้เลยค่ะ 

          ติดต่อ MarketingGuru

          Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

          Line: @marketingguru

          โทร 02-381-9045

          Read More...