line oa picture size

ขนาดรูป line หมดทุกไซส์ ถูกใจ Online marketing อัพเดตปี 2025

Line เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่นิยมใช้ในปัจจุบัน นอกเหนือจากการติดต่อสื่อสารแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับการทำ Online marketing ด้วย หรือที่เรียกว่า Line ads ซึ่งแน่นอนว่า หากต้องการใช้ช่องทางนี้ในการทำการตลาดออนไลน์ เราจำเป็นต้องรู้ถึงขนาดรูป line เพื่อที่จะได้นำมาสร้างสรรค์เป็นคอนเทนต์หรือ Line ads ให้เหมาะสมนั่นเอง อย่าลืมว่าการทำกราฟิก หรือรูปภาพประกอบคอนเทนต์นั้น เป็นสื่อที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย และสร้าง Visual ของแบรนด์ได้ดีกว่าการใช้แค่ข้อความธรรมดา 

วันนี้เรามีขนาดรูปในไลน์ครบทุกไซส์ที่แสดงในรูปแบบของโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน แบบที่ต้องถูกใจสาย Online marketing มาฝากกันค่ะ เพื่อที่จะได้นำไปประยุกต์สร้างเป็นคอนเทนต์เก๋ๆ หรือ Line ads ปังๆกันนนน ไปค่ะ ลุยกันเลยยยยย

1. ขนาดรูป Line: ภาพโปรไฟล์ และรูป Cover

  • ภาพโปรไฟล์: ภาพที่แสดงแทนตัวของผู้ใช้, แบรนด์ หรือธุรกิจ ซึ่งเป็นภาพแรกที่ทุกคนจะเห็น ขนาดที่เหมาะสมคือ 168×168 px หรือเป็นภาพแนวสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยเป็นขนาดที่ชัดที่สุด ที่จะแสดงผลออกมาได้ 
  • ภาพปกไลน์: ขนาดภาพที่เหมาะสมคือ ภาพแนวตั้ง 720×1280 px แต่เมื่อลองใช้งานแล้ว จะพบว่าขนาดดังกล่าว บริเวณด้านล่าง จะถูกบังด้วยเมนู

ดังนั้น ควรใช้บริเวณ safe zone ของภาพ ในสัดส่วนของ 720×978 px (บริเวณกลางภาพ) ซึ่งสาระสำคัญหรือสิ่งที่ต้องการให้เห็นอย่างชัดเจน ควรอยู่ในบริเวณ Safe zone นี้ด้วย

2. ขนาดรูป Line: ในแชตสนทนา

จริงอยู่ที่ในแชต สามารถอัปโหลดได้ทุกขนาด และ Line เองก็แสดงผลให้ได้ครบทุกขนาดได้ด้วยเช่นกัน แต่สำหรับการทำการตลาดออนไลน์ หรือใช้เพื่อการขายแล้วนั้น ก็ควรเป็นอัตราส่วนที่อ่านง่าย และพอดีกับหน้าจอภาพโทรศัพท์ ซึ่งในที่นี้ ขอแนะนำขนาดรูปในไลน์ 3 ขนาด ที่ทำให้ภาพน่าอ่านมากยิ่งขึ้น

  • ขนาด 1200×1600 px (แนวตั้ง 3:4) – เหมาะกับการจัดวางองค์ประกอบที่ไล่เรียงจากส่วนบนลงมาส่วนล่าง หรือวางภาพสินค้าด้านบน แล้วมีคำโปรยเด่นๆอยู่ด้านล่าง และต้องการใส่ภาพที่เน้นขนาดใหญ่ การใช้สัดส่วน 3:4 ถือเป็นขนาดที่เหมาะสม
  • ขนาด 1200×1200 px (สี่เหลี่ยมผืนผ้า 1:1) – เหมาะกับการทำภาพที่สามารถนำไปใช้ต่อในแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Facebook, Twitter หรือ Instagram ทำครั้งเดียว สามารถใช้ได้หลากหลายช่องทาง และรวมถึงช่องทางของ Line ด้วยเช่นกัน
  • ขนาด 1200×900 px (แนวนอน 4:3) – หากเป็นภาพถ่ายแบบทั่วไป การทำแนวนอนเป็นสัดส่วน 4:3 ซึ่งต่อให้ดูเล็กกว่า 2 ขนาดด้านบน แต่ยังให้ความชัดเจนอยู่ในการทำภาพแนวนอน

*หากใครต้องการส่งภาพเป็นแบบ Album ก็สามารถทำได้ โดยการส่งภาพพร้อมกันหลายๆภาพ แต่การแสดงผลอาจจะต่างกันเล็กน้อย คือ

  • หากจำนวนภาพใน Album เป็นเลขคู่ ภาพทั้งหมดจะถูกปรับให้แสดงเป็นสัดส่วนสี่เหลี่ยมจัตุรัส
  • หากจำนวนภาพใน Album เป็นเลขคี่ ภาพสุดท้ายจะถูกปรับให้เป็นขนาด 16:9 ส่วนภาพที่เหลือจะเป็นขนาดจัตุรัสเท่าเดิม

3. ขนาดรูป Line: ในหน้า Timeline

หลายๆคนมองข้ามการใช้ฟีเจอร์นี้ แต่จริงๆเราสามารถใช้โปรโมตแบรนด์หรือสินค้าได้ เพราะหากเราทำการโพสต์ลงหน้า Timeline เป็นประจำ จะทำให้โปรไฟล์ดูเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีขนาดดังต่อไปนี้

  • ขนาด 1200×1200 px (สี่เหลี่ยมผืนผ้า 1:1) – เป็นการใช้ขนาดที่สามารถทำให้เห็นภาพที่มีนาดเต็ม รายละเอียดชัดเจน และหลายๆแบรนด์มักใส่ปุ่ม CTA บริเวณด้านล่าง เพื่อให้คนที่สนใจกดเข้าไปซื้อสินค้าได้
  • ขนาด 1200×1540 px (แนวตั้ง 7:9) – เป็นขนาดที่กว้างที่สุด จึงเหมาะกับคอนเทนต์ที่มีองค์ประกอบเยอะ และดึงดูดสายตาได้มากที่สุด
  • ขนาด 1200×600 px (แนวนอน 2:1) – เป็นขนาดรูปในไลน์ที่ไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่หากต้องการทำภาพแนวนอนบน Timeline สัดส่วนนี้ถือว่ามีความเหมาะสมมากที่สุด

4. ขนาดรูป Line: สำหรับ Line ads platform (LAP)

Line Ads Platform คืออะไร ?

เป็นรูปแบบหนึ่งในการซื้อโฆษณาเพื่อให้คอนเทนต์ของเราไปปรากฎในพื้นที่ต่างๆบน LINE แต่สามารถใช้ได้กับ LINE Offial Account เท่านั้น

เราสามารถลง Line Ads ผ่าน LAP ได้อย่างไร

หากคุณมี LINE Official Account แล้ว และต้องการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงผู้คน ก็สามารถใช้บริการ LINE Ads Platform (LAP) ในรูปแบบโพสต์ที่ได้รับการสนับสนุน (Sponsored Post) ซึ่งจะเป็นโฆษณาที่ปรากกบน LINE Timeline และ LINE Today

ขนาดรูปสำหรับ Line Ads มีอะไรบ้าง

  • ขนาด 1080×1080 px (สี่เหลี่ยมจัตุรัส 1:1) – ขนาดที่สามารถเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ซึ่ง LAP สามารถเพิ่ม CTA ที่ลูกค้าจะสามารถกดเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการได้ทันที รวมถึงปุ่มเพิ่มเพื่อน, ปุ่มที่ลิงก์ไปยังหน้า Landig page ก็สามารถทำได้เช่นกัน
  • ขนาด 1200×628 px (Horizontal 1.9:1) – เหมาะสำหรับใช้เป็นภาพ Pop up ที่จะแสดงสุ่มขึ้นมาใน Line Today

5. ขนาดวิดีโอบน Line Ads Platform

  • ขนาด 1080×1080 px (สี่เหลี่ยมจัตุรัส 1:1) – เป็นขนาดวิดิโอทั่วไป สามารถใช้ได้กับหลากหลายแพลตฟอร์ม
  • ขนาด 1280×720 px (แนวนอน 16:9) – เป็นขนาดที่ใช้กับคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอเหมือนกันกับ Youtube ซึ่งสามารถใช้กับ Line Ads ได้เช่นกัน

6. ขนาดรูป Line: Rich Content

Rich Content คือ ลูกเล่นเพิ่มเติมของ LINE Official Account เป็นรูปภาพที่ดึงดูดให้เกิดการคลิกมากขึ้น โดยการออกแบบให้เป็นปุ่ม CTA ไปในตัว ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มยอด Conversion Rate ให้กับธุรกิจด้วยฟังก์ชันการใช้งาน 3 รูปแบบ ได้แก่

  • Rich Message: เพิ่มความน่าสนใจให้กับข้อความใน Chat ด้วยการส่งข้อความพร้อมรูปภาพที่เป็น CTA ลิงก์ไปยังหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการ
  • Rich VDO: เปลี่ยนการนำเสนอด้วยรูปแบบวิดีโอแบบเต็มหน้าจอแชต เมื่อทำการบรอดแคสต์
  • Rich Menu: เพิ่มความสวยงามให้กับหน้าจอแชต ลดเวลาในการถาม-ตอบ รวมถึงส่งเสริมการโปรโมตของแบรนด์ด้วยการใช้ฟีเจอร์นี้

ขนาดรูปภาพ Line ใน Rich Content ต่างๆ

  • Rich Message ขนาด 1040×1040 px (สี่เหลี่ยมจัตุรัส 1:1) – Rich Message ในรูปแบบของรูปภาพ ที่สามารถส่งในแชตให้กับลูกค้าโดยตรง อีกทั้งยังแทรกลิงก์ลงไปในภาพได้อีกด้วย แต่ต้องมีขนาดไฟล์ไม่เกิน 10 mb และรองรับเฉพาะ JPG และ PNG โดยจะมีเทมเพลตให้ใช้งานได้มากถึง 8 รูปแบบ ดังนี้

เข้าไปสร้าง Template ได้ที่ : https://lineforbusiness.com/richmessagemaker/

  • Rich VDO ขนาด 1920×1080 px (แนวนอน 16:9) – เป็นขนาดวิดีโอแบบเต็มหน้าจอของสมาร์ทโฟน ตามตัวอย่างดังนี้

 



เข้าไปสร้าง Template ได้ที่ : https://lineforbusiness.com/richmessagemaker/

  • Rich Menu ปุ่มเมนูด้านล่างของแชต ใช้งานได้หลากหลาย ตามที่ผู้ใช้กำหนด ซึ่งจะมีวิธีการสร้างได้หลากหลาย หากอยู่ในรูปแบบที่ไม่ต้องเขียนโค้ด จะแบ่งขนาดออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้
    • Line Rich Menu (Large) ใส่ได้สูงสุด 6 ภาพ

    • Line Rich Menu (Small) ใส่ได้สูงสุด 3 ภาพ

เข้าไปสร้าง Template ได้ที่ :https://lineforbusiness.com/richmenumaker/

ขอบคุณที่มา: www.contentshifu.com

การทำคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มของ LINE มีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ซึ่งแต่ละรูปแบบนั้นก็จะมีขนาดภาพที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ จะเลือกใช้คอนเทนต์แบบไหน จะต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับความต้องการในการสื่อสารเช่นกัน

หรืออยากใครต้องการ Digital marketing agency ไว้เป็นที่ปรึกษาเรื่องการตลาดออนไลน์ สามารถทักมาหา MarketingGuru ได้เลยน้า

ติดต่อ MarketingGuru

Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

โทร 02-381-9045

E-mail: [email protected]

Read More...

Line Ads Platform

Line Ads Platform ราคาแพงไหม คำนวณอย่างไรไปดู!

Line ads Platform (LAP) อีกหนึ่งตัวเลือกโฆษณาน่าสนใจ สำหรับร้านค้าและธุรกิจในการโปรโมตสินค้าโดยเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น นอกเหนือจากช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ ซึ่งอำนวยความสะดวกสบายในการติดต่อสอบถามและสั่งซื้อสินค้า เพิ่มประสบการณ์การซื้อที่ราบรื่นเนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้กันเป็นจำนวนมาก ใครที่ยังสงสัยว่าการโฆษณาลงแพลตฟอร์มยอดฮิตนี้ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง มาดูไปพร้อมๆ กันเลย

Line ads แตกต่างจากการโฆษณาบน Facebook เพราะไม่เพียงแต่จะคำนวณจาก Cost Per Click หรือ Cost Per View แต่ LAP ยังให้สิทธิผู้ลงโฆษณาในการเลือกรูปแบบการคำนวณงบประมาณโฆษณาตามวัตถุประสงค์ของแคมเปญ

ยิ่งกว่าไปนั้น หากต้องการกำหนดแคมเปญเพื่อเพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ก็สามารถเลือกการจ่ายเงินแบบ Cost Per Impression (CPM) ต่อหนึ่งการมองเห็นโฆษณาของผู้ใช้งาน หรือ หลังจากยิงโฆษณาไปแล้ว ผู้ใช้งานทำการเพิ่มจำนวนเพื่อนผ่าน Line Account ก็สามารถคำนวณจ่ายแบบ จ่ายแบบ Cost Per Friend ได้เช่นเดียวกัน

โดยแคมเปญโฆษณาสามารถแบ่งรูปแบบการเลือกจ่ายเงินได้ 6 รูปแบบ
– Cost Per Impressions (CPM) ผ่านการมองเห็นโฆษณา
– Cost Per Click (CPC) ผ่านการคลิกดูโฆษณา
– Cost Per Friend (CPF) ผ่านการเพิ่มเพื่อน
– Cost Per Video View (CPV) ผ่านการดูโฆษณาวิดีโอ
– Cost Per Action (CPA) ผ่านการตั้งคอนเวอร์ชัน
– Cost Per Install (CPI) ผ่านการติดตั้งแอปพลิเคชัน

 

LINE Ads แพงไหม?

ค่าโฆษณาบนแพลตฟอร์มไลน์ แพงหรือไม่ นั้นขึ้นอยู่กับการกำหนดแคมเปญในโฆษณานั้นๆ ซึ่งพิจารณาจากกลุ่มเป้าหมายและการเสนอค่าโฆษณาผ่านการประมูล เพื่อให้แสดงโฆษณานั้นก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นโฆษณาของแบรนด์อื่น ดังนั้น ผู้ซื้อโฆษณา จำเป็นต้องตั้งงบประมาณที่ต้องการประมูล แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

การตั้งราคาเสนอด้วยตนเอง (Manual Bidding)

วิธีเสนอราคาด้วยตนเอง จะมอบอิสระให้ผู้ซื้อโฆษณากำหนดราคาตามที่กำหนดไว้ตามเป้าหมาย โดยสามารถตั้งราคาตามที่ LAP แนะนำได้เลยหลังสมัครเข้าไป วิธีนี้จะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเห็นโฆษณามากขึ้น หรือ จะกำหนดงบประมาณตามโฆษณาเดิมซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์แล้ว หรือเคยผ่านเอเจนซี่ที่ช่วยวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายในการกำหนดราคาโฆษณา

การตั้งราคาเสนอแบบอัตโนมัติ (Automatic Bidding)

การตั้งราคาเสนอแบบอัตโนมัติ เป็นวิธีที่ให้ LAP กำหนดราคาโฆษณาอัตโนมัติในการเข้าประมูล โดยผู้ซื้อโฆษณาตั้งงบราคาในใจหรือเงื่อนไขอื่นๆ ได้ ตามการตั้งค่าหลักๆ ดังนี้

 

1. กำหนดลิมิตของราคาที่เสนอ (Bid Amount Cap)

หมายถึงการกำหนดราคาเริ่มต้นขั้นต่ำไปจนถึงราคาสูงสุดที่สามารถรับได้

2. กำหนดลิมิตราคาต่อคอนเวอร์ชัน (Event Cost Cap)

หมายถึงการกำหนดราคาสูงสุดไว้ ระบบจะพยายามหา Conversion ที่อาจจะเกินราคาต่อ CPA แต่ค่าเฉลี่ยจะไม่เกินที่กำหนดไว้

3. กำหนดเป้าหมายราคาต่อคอนเวอร์ชัน (Target Event Cost)

หมายถึงการกำหนดราคาต่อผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ระบบจะเลือกการกำหนดราคาที่ใกล้เคียงกัน โดยไม่อิงจากราคาต่ำสุด แต่จะมีแนวโน้มใช้การกำหนดราคาที่ต่ำหรือสูงกว่าก็ได้

4. งบประมาณรายวันให้ได้สูงสุด โดยไม่กำหนดราคาต่อคอนเวอร์ชัน (No Limit)

หมายถึงการกำหนดราคาแบบไม่จำกัดโดยระบบจะใช้ราคาตั้งแต่ต่ำสุดไปถึงไม่มีราคากำหนด เพื่อให้มีโอกาสชนะมากที่สุด

หรือเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่วิดีโอ Line Official

 

หวังว่าบทความนี้พอจะให้ผู้อ่านเข้าใจคอนเซ็ปต์คร่าวๆ เกี่ยวกับการคำนวณโฆษณาบนแพลตฟอร์มไลน์ ว่าต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง และสามารถทำได้อย่างไร หากสนใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาผ่านไลน์  Marketingguru ยินให้บริการด้านดิจิทัลเอเจนซี่ คอยให้คำปรึกษาทางการโฆษณาทุกแพลตฟอร์มเพื่อช่วยกำหนดงบประมาณและให้แคมเปญออกมาได้ประสิทธิภาพตามเป้าที่ตั้งไว้

 

ติดต่อเราได้ที่

Website: MarketingGuru

Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

Line: @marketingguru

โทร 02-381-9045

Read More...

Line Openchat

โฆษณา Line Openchat สร้างรายได้จาก Line LAP

Line เป็น Chat Platform ที่ใหญ่ที่สุด และได้รับความนิยมสูงสุดด้วยเช่นกัน ทำให้มีหลากหลายฟีเจอร์ เช่น Line Openchat ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานออนไลน์ จึงทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่ นิยมใช้ช่องทางนี้ ในการทำการตลาดออนไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และสร้างรายได้อีกด้วย

Line Openchat คืออะไร ?

คือห้องแชทขนาดใหญ่ ที่เปิดกว้างให้ผู้ที่สนใจในเรื่องเดียวกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล จึงทำให้ธุรกิจเลือกที่จะใช้ฟีเจอร์นี้ เพื้อเป็นกลุ่มในการอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับร้านค้า ทั้งสินค้า และโปรโมชัน ซึ่งสามารถกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงกลุ่มได้ 3 แบบ คือแบบสาธารณะ, ใช้รหัสเข้าร่วม และขอสิทธิ์การเข้าร่วมจากผู้ดูแล ซึ่งจะแตกต่างจาก Line Group ในส่วนที่ LINE Open Chat จะมีผู้ดูแลที่สามารถจัดการสมาชิกได้ 

และด้วยฟีเจอร์ LINE Open Chat ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Line ได้มีการเพิ่มช่องทางในการสร้าง Line Ads ผ่าน LINE Open Chat ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ Line LAP (Line Ads Platform)

การทำ Line Ads ผ่าน LINE Open Chat เป็นอย่างไร ?

การทำ Line Ads ผ่าน ไลน์โอเพนแชท จะเป็นการทำแถบป้ายโฆษณาในรูปแบบของข้อความที่ไม่ได้อ่าน ซึ่งจะเป็นรูปแบบของรูปภาพหรือแถบโฆษณา โดยระบบจะแสดง Line Ads ให้เห็นเฉพาะคนคนนั้นเท่านั้น เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้อื่นในห้อง ซึ่งหากบุคคลนั้นได้เห็น Line Ads นี้ไปแล้ว โฆษณาดังกล่าวจะหายไปจากการแสดงผลของบุคคลนั้นทันที

โดยโฆษณาสินค้าต่างๆ จะครอบคลุมทุกห้องใน ไลน์โอเพนแชท โดยแบ่งแยกตามประเภทของห้องนั้นๆ และเน้นการยิงโฆาณาไปในห้องที่มีการพูดคุยหรืออัปเดตกันมากกว่า 40% นั่นเอง 

การทำ Line Ads ผ่าน LINE Open Chat สามารถเลือกวัตถุประสงค์อะไรได้บ้าง ?

ต่อให้การทำการตลาดออนไลน์ผ่าน ไลน์โอเพนแชท จะเป็นการแสดงโฆษณาเพียงไม่นาน แต่ก็มีตัวเลือกวัตถุประสงค์มากมาย ได้แก่..

การเข้าชม Website, การกดเข้าชม Video, การติดตั้งแอปพลิเคชัน, การกดเพิ่มเพื่อนใน Line OA, การเพิ่ม Website Conversion, การเพิ่มการมีส่วนร่วมในแอปพลิเคชัน

การทำ Line Ads ผ่าน LINE Open Chat มีข้อดีอย่างไร ?

การทำ ไลน์โอเพนแชท จะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ตรงกับสินค้าได้อย่างตรงจุด หากกลุ่มนั้นเป็นกลุ่มที่สนใจหรือซื้อขายสินค้าแบบใด จะแสดงเฉพาะโฆษณาแบบนั้น ซึ่งทำให้ธุรกิจสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน ไม่ต้องมีการลองผิดลองถูก และการทำโฆษณารูปแบบนี้นั้น จะไม่เป็นการรบกวนผู้อื่น เพราะจะแสดงเฉพาะผู้ที่ยังไม่เห็นนั่นเอง

 นอกจากนี้ยังเป็นฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ร้านค้าออนไลน์หรือผู้ที่สนใจในเรื่องเดียวกัน อัปเดตข่าวสารต่างๆ ดังนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจ ในการทำโฆษณาออนไลน์ โดยผ่าน Line Ads เพื่อสร้างการรับรู้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงวัตถุประสงค์ต่างๆอีกมากมาย แถมยังเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดอีกด้วย แบบนี้ต้องลองนะคะทุกคน

อยากทำ Line Ads หรือโฆษณาออนไลน์รูปแบบอื่นๆ สามารถทักทายมาหา MarketingGuru ได้เลยน้าาา ยินดีให้บริการค่า

ติดต่อ MarketingGuru

Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

Line: @marketingguru

โทร 02-381-9045

Read More...

MG-Blog 5

ขายของออนไลน์ด้วย Line MyShop จาก Line OA

 

รู้จัก Line my shop ขายของออนไลน์ ฟีเจอร์น่าใช้จาก Line OA

ในยุคที่การขายของออนไลน์มาแรงแบบนี้ หลายๆร้านก็อาจจะมีช่องทางการขายที่แตกต่างกัน ทั้ง Facebook, Google, Instagram, Shopee, Lazada รวมไปถึงแอปพลิเคชันปิดการขายอย่าง Line OA ด้วย

 

Line OA ถือเป็นช่องทางขายของออนไลน์ ที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้ามากยิ่งขึ้น ถือเป็นช่องทางหลัก ที่ลูกค้าสามารถพูดคุยกับร้านค้า เพื่อทำการปิดการขาย ซึ่งปกติแล้วนั้น ลูกค้าจะต้องเลือกสินค้าจากช่องทางอื่นก่อน แล้วจึงคุยผ่านไลน์ในการซื้อ แต่จะดีกว่าไหมนะ.. ถ้าสามารถเลือกชมสินค้า แล้วสั่งสินค้าผ่านไลน์แบบที่จ่ายเงินแบบเสร็จสมบูรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องรอร้านค้าตอบได้เลย 

 

ฟีเจอร์ที่กำลังพูดถึงนี้คือ Line MyShop ค่ะ เครื่องมือจัดการร้านค้าแบบใหม่จาก LineOA ที่ทำให้การซื้อขายของร้านค้าและลูกค้าสะดวกมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

Line MyShop คืออะไร ?

Line MyShop คือฟีเจอร์จัดการร้านค้าแบบครบวงจร ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขายของออนไลน์ผ่านแชท LineOA ที่อำนวยความสะดวกให้เหล่าร้านค้าออนไลน์ ตลอดจนลูกค้า ได้สั่งซื้อ จ่ายเงิน ติดตามสถานะการส่งของตลอดจนได้รับของ ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเครื่องมือนี้นั้นสามารถใช้งานได้ฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ถือเป็นการเพิ่มช่องทางขายของออนไลน์อีก 1 ช่องทางด้วยนะคะ

 

ความสัมพันธ์ของ Line MyShop และ LineOA

การที่จะใช้งานฟีเจอร์ Line MyShop ได้นั้น ร้านค้าจะต้องมีบัญชีของ LineOA ก่อน ซึ่งสามารถเข้าดูวิธีการติดตั้งได้ที่ วิธีการติดตั้ง Line OA จากนั้นจึงค่อยเปิดใช้งาน Line MyShop ที่เว็บไซต์ของ Line MyShop ค่ะ

ข้อควรจำ: Line MyShop จะต้องติดตั้งผ่านคอมพิวเตอร์เท่านั้นน้า

 

ฟีเจอร์สำคัญของ Line MyShop มีอะไรบ้าง

1 . จัดการออเดอร์ให้ลูกค้าได้ในแชท

ลูกค้าไม่จำเป็นต้องรอร้านค้าตอบแชทแล้วสรุปออเดอร์อีกต่อไป เพราะ Line MyShop สามารถสรุปออเดอร์พร้อมยอดที่ต้องชำระ พร้อมให้ลูกค้าจ่ายและแนบสลิปโอนเงินได้เลยทันที

 

2. รายงานทุกสถานะการสั่งซื้อ

ระบบภายใน Line MyShop จะรายงานสถานะการสั่งซื้อผ่านแชท Line แบบอัตโนมัติ ตั้งแต่ร้านค้าได้รับออเดอร์, รับชำระเงิน จนถึงส่งเลขพัสดุ ส่วนฝั่งร้านค้า ก็ได้รับแจ้งเตือนอัตโนมัติเช่นกัน แต่จะเป็นในกรณีที่ลูกค้ามีการชำระเงินเข้ามาเท่านั้นค่ะ

 

3. จัดการแค็ตตาล็อกและสต๊อกสินค้าแบบเรียลไทม์

จัดการปัญหาการนั่งเช็กและสรุปสต๊อกสินค้าเอง แถมยังสามารถเลือกสินค้าในหน้าแค็ตตาล็อกเพื่อสร้างบิลออนไลน์ได้ในระหว่างแชทกับลูกค้าได้อีกด้วย ส่วนลูกค้า ก็สามารถเห็นรายการสินค้าทั้งหมดผ่านจากหน้า Page ของ Line MyShop ได้ด้วยเช่นกัน

 

4. ใบแปะหน้ากล่องพัสดุที่ไม่ต้องทำเอง

Line MyShop สามารถพริ้นต์รายละเอียดการสั่งซื้อ และที่อยู่จัดส่ง โดยร้านค้าไม่จำเป็นต้องเขียนหรือพิมพ์จ่าหน้ากล่องเอง ถือว่าเป็นการกันข้อมูลผิดพลาดได้อีกด้วยค่ะ

 

5. ระบบรายงานพร้อมเก็บสถิติร้านค้า 

รายงานสถิติทุกอย่างไว้ให้แม่ค้าออนไลน์ ทั้งสินค้าคงคลัง รายงานสั่งซื้อ ฯลฯ เพื่อให้ร้านค้านำข้อมูลส่วนนี้ไปวิเคราะห์และวางแผนขายของออนไลน์ในอนาคต โดยไม่ต้องบันทึกข้อมูลเองค่ะ

 

Line MyShop เป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานฟรีผ่าน LINE OA ซึ่งจะยังมีข้อจำกัดอยู่ ในเรื่องของจำนวนผู้ติดตามร้านค้า แม่ค้าออนไลน์อาจจะต้องซื้อแพ็กเกจที่เหมาะสมกับขนาดของร้านค้า เพื่อจะได้ใช้ฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ

 

การขายของออนไลน์ ต่อให้จะเป็นช่องทางการขายที่มาแรงก็จริง แต่ถ้าหากเราไม่รู้จักการใช้หรือจัดการในแต่ละช่องทาง ก็อาจจะส่งผลต่อการขาย รวมถึงรายได้ด้วยนะคะ การใช้ Line MyShop ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางขายของออนไลน์ ที่จะช่วยจัดการขายให้ง่ายและสะดวกทั้งต่อร้านค้าและลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพในการขายได้ด้วยเช่นกันค่ะ

 

หากใครหรือธุรกิจใด ต้องการเพิ่ม Line MyShop เป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดออนไลน์ แล้วอยากได้ที่ปรึกษาไว้เป็นพาร์ทเนอร์คู่ใจ อย่าลืมนึกถึง MarketingGuru นะคะ เราพร้อมให้บริการการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร เพื่อช่วยให้ธุรกิจสร้างยอดขายและรายได้ตามที่ต้องการค่ะ

 

ติดต่อ MarketingGuru

Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io
Line: @marketingguru

โทร 02-381-9045

ชวนมาอัปเดตไลน์ฟีเจอร์ ในปี 2020 นี้ ว่าอะไรใหม่บ้าง

ถ้าคุณเริ่มต้นใช้ LINE มาตั้งแต่ยุคที่พึ่งเปิดตัวแล้วละก็ จะสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ต่างไปจากเดิมมากพอสมควร เพราะในทุก ๆ ปี LINE จะมีการอัปเดตไลน์และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา ลองนึกภาพย้อนไปเพียงแค่ปีที่แล้ว (2019) กับการที่ LINE ได้เปิดตัวฟีเจอร์หลายตัวที่ทั้งน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น LINE Story ฟีเจอร์ที่สามารถโพสต์ข้อความ รูปภาพ และวิดีโอ โดยสิ่งที่โพสต์ไปนั้นจะหายไปใน 24 ชั่วโมง, LINE Open Chat ห้องสนทนาแบบกลุ่มที่รองรับการสนทนาคนจำนวนมาก เป็นกลุ่มที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน และ LINE Shopping แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ที่รวบรวมมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ชั้นนำมาไว้ในที่เดียว

และในปีนี้ 2020 ความต้องการที่อยากพัฒนาแอปพลิเคชันของ LINE ก็ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด มีแต่จะทวีความมากขึ้นในทุกวัน เพราะในปีนี้ LINE ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ๆ ออกมาให้เราใช้อย่างมากมายไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยทีเดียว และต้องบอกเลยว่าเป็นประโยชน์กับผู้ใช้งานในปัจจุบันอย่างมาก นอกจากนี้ยังรองรับกับกระแส New Normal หรือ วิถีชีวิตรูปแบบใหม่ ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว

สำหรับฟีเจอร์ใหม่ในปี 2020 ที่เราจะนำมาพูดกันวันนี้ ได้แก่ โควิด-19 อินโฟ ฮับ, LINE Keep Memo, LINE MEETING และ Profile Deco รายละเอียดจะเป็นอย่างไรเราไปทำความรู้จักกันเลย…

โควิด-19 อินโฟ ฮับ

เริ่มอัปเดตไลน์ฟีเจอร์เเรกช่วงต้นปี 2020 ก็เริ่มด้วยวิกฤติโรคระบาดที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเมื่อปลายเดือนมีนาคม LINE ประเทศไทย เพิ่มแท็บเมนู “โควิด-19 อินโฟ ฮับ” บนหน้าแรกของ LINE ประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์รวมข่าวสารความเคลื่อนไหว และข่าวสารอัปเดตที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส เพื่อช่วยเหลือประชาชนคนไทยในช่วงวิกฤติได้อย่างทันท่วงที
โดยมีบริการให้ข้อมูลข่าวสารที่ครอบคลุม ตั้งแต่ สถิติการระบาด COVID-19, แบบประเมินสุขภาพ, อัปเดตสถานการณ์, โรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง, เช็คพื้นที่เสี่ยง และ LINE Tips เพื่อเป็นข้อมูลให้กับประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร เตรียมตัวรับมือ และป้องกันตัวเอง

LINE Keep Memo

ถัดมาที่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม LINE ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ สำหรับผู้ที่ชอบทักแชทไปหาคนอื่นเพื่อฝากไฟล์หรือข้อมูลต่าง ๆ นั่นคือ “LINE Keep Memo” ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามาถส่งข้อความหาตัวเองได้ หรือจะฝากไฟล์งาน ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ หรือลิงก์ต่าง ๆ เพื่อเก็บไว้ดู หรือนำออกมาใช้ในภายหลัง โดยจะมีเพียงเจ้าของห้องแชทเท่านั้นที่สามารถดูข้อมูลได้ แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่ตรงที่ LINE Keep Memo สามารถเก็บข้อมูลได้เพียง 1 GB เท่านั้น

สำหรับข้อดีของการฝากไฟล์นั้นจะเป็นการช่วยเตือนความจำให้กับเราได้ และบางครั้งหากเราไม่สะดวกที่จะเปิดไฟล์ใน Smart Phone เราก็สามารถฝากไฟล์ไว้ที่ห้องแชท เพื่อที่จะนำไฟล์นั้น ๆ ไปเปิดบนคอมพิวเตอร์ได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น

LINE MEETING และ Profile Deco

ล่าสุดเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา LINE ได้อัปเดตไลน์ฟีเจอร์ใหม่ออกมาพร้อมกัน 2 อย่างคือ LINE MEETING และ Profile Deco สำหรับ LINE MEETING เป็นฟีเจอร์การประชุม ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงาน Work from Home โดยผู้ใช้สามารถประชุมร่วมกันผ่านไลน์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องแอดเพื่อน สร้างห้องสนทนา หรือเชิญเข้ากลุ่มแต่อย่างใด เพียงแค่กดเข้าลิงก์ URL ก็สามารถเข้าร่วมประชุม Call บน LINE ได้เลย

นอกจากนี้ ตอนกำลังประชุมยังสามารถย่อหน้าจอลงเพื่อมาตอบแชทในห้องแชทสำหรับการประชุมนั้น ขณะที่ห้องประชุมห้องนึง สามารถรองรับการใช้งานได้ทั้งบน Smart Phone และคอมพิวเตอร์ ได้มากสุด 500 คน และยังมีฟังก์ชันเสริมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น Watch Together ที่สามารถแชร์หน้าจอ หรือดูวิดีโอร่วมกันได้ระหว่างการประชุม

Profile Deco เอาใจคนรักการออกแบบ ด้วยฟีเจอร์ตกแต่งหน้าโปรไฟล์ คุณสามารถสร้างสรรค์พื้นที่โปรไฟล์ของคุณได้อย่างเต็มที่และเป็นตัวของตัวเอง ด้วยเครื่องมือและไอเทมตกแต่งจาก LINE หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นธีมสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน สติกเกอร์ลายต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเครื่อง ข้อความ และวิดเจ็ทต่าง ๆ ที่สามารถใช้ได้ ไม่เพียงเท่านี้ เมื่อตกแต่งหน้าโปรไฟล์เสร็จ ก็สามารถอวดโฉมให้เพื่อนรู้ผ่านสตอรี่บนไทม์ไลน์ได้อีกด้วย ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม LINE ถึงมีการคิดค้นและพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ บนแอปพลิเคชันอย่างสม่ำเสมอ เพราะจากสถิติชี้ว่า LINE เป็นแพลตฟอร์มแชท ที่มีจำนวนผู้ใช้มากที่สุดในประเทศไทย ด้วยจำนวนผู้ใช้กว่า 45 ล้านบัญชี จากจำนวนประชากรในประเทศไทยกว่า 69 ล้านคน โดยเฉลี่ยในแต่ละวันคนไทยใช้เวลาไปกับ LINE ราว 63 นาที

ฉะนั้นการที่ LINE จะอัปเดต หรือมีการเปลี่ยนแปลงฟีเจอร์อะไรใหม่ ๆ จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลก แต่นับเป็นเรื่องดี ที่ทาง LINE มีการอัปเดตไลน์ฟีเจอร์ พัฒนาและปรับปรุงอยู่เสมอ เพื่อให้แอปพลิเคชันเกิดประโยชน์และรองรับกับความต้องการของผู้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากฟังก์ชันเสริมที่ LINE ได้คิดค้นมาจะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ใช้งานทั่วไปแล้ว ยังช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าสามารถขายของได้ง่ายขึ้น ดูเป็นมืออาชีพ และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าได้อีกด้วย จากนี้ต่อไป เราคงต้องมาลุ้นกันว่า LINE จะคิดค้นฟีเจอร์อะไรใหม่ ๆ เพื่อมารองรับกับยุคกระแส New Normal ให้เราได้ทดลองใช้กันบ้าง และแน่นอนว่า MarketingGuru ไม่พลาดที่จำนำข่าวสารมาแชร์ให้กับทุกคนอย่างแน่นอน

สำหรับใครที่สนใจทำการตลาดออนไลน์ผ่านช่องทาง LINE สามารถติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษาจาก MarketingGuru ได้ฟรี คลิก m.me/marketingguru.io หรือโทร 02-381-9045