คำต้องห้ามที่ควรหบีกเลี่ยงในการใช้โฆษณาใน facebook

ยิงแอดโฆษณาเฟสบุ๊คให้ปัง ต้องระวัง “คำต้องห้าม Facebook” ก่อนโพสต์!

คำต้องห้ามที่ควรหบีกเลี่ยงในการใช้โฆษณาใน facebook

การยิงแอดโฆษณาเฟสบุ๊ค (Facebook Ads) เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่ทรงพลังมากที่สุดในยุคนี้ เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด ใช้งบประมาณตามควบคุมได้ และวัดผลได้ชัดเจน แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามไปก็คือ “การใช้คำต้องห้าม” ในคอนเทนต์หรือข้อความโฆษณา ซึ่งอาจทำให้โฆษณาถูกปฏิเสธ ถูกลดการมองเห็น หรือแย่ที่สุดคือ บัญชีโฆษณาถูกปิดแบบไม่ทันตั้งตัว!

คำต้องห้าม Facebook คืออะไร?

คำต้องห้าม Facebook คือ คำ วลี หรือเนื้อหาที่ละเมิดนโยบายโฆษณาของ Facebook ซึ่งส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับการกล่าวอ้างเกินจริง การเลือกปฏิบัติ การชี้นำเชิงลบ หรือการใช้ภาพและข้อความที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องสุขภาพ ความงาม และข้อมูลทางการเงินซึ่งในปัจจุบัน Facebook ใช้ระบบ AI ตรวจสอบอย่างเข้มงวด

การเข้าใจ และหลีกเลี่ยง “คำต้องห้าม Facebook” จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนที่ต้องการยิงแอดโฆษณาเฟสบุ๊คอย่างมืออาชีพ เพราะไม่เพียงช่วยให้โฆษณาผ่านการอนุมัติได้ง่ายขึ้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงที่บัญชีโฆษณาจะถูกปิดโดยไม่ทันตั้งตัว

เหตุผลที่ Facebook ต้องปิดกั้นการใช้คำบางคำ

เหตุผลที่ Facebook ต้องจำกัดการใช้คำบางคำในโฆษณา ก็เพื่อปกป้องผู้ใช้งานจากข้อมูลที่บิดเบือน หลอกลวง หรือสร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะแพลตฟอร์มมีผู้ใช้งานหลายพันล้านคนจากหลากหลายเชื้อชาติ รวมถึงวัย และวัฒนธรรม โดยเฉพาะโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพ ความงาม การเงิน หรือความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่ง Facebook จะเข้มงวดเป็นพิเศษ เพราะคำหรือภาพบางอย่างในกลุ่ม คำต้องห้าม Facebook อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือกระทบต่อความรู้สึกของผู้ใช้ได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อให้เนื้อหาทุกชิ้นเป็นกลาง ปลอดภัย และไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น เช่น

– คำที่กล่าวอ้างเกินจริงโดยไม่มีหลักฐาน

– คำที่ตีตราหรือระบุลักษณะเฉพาะของบุคคล เช่น รูปร่าง อายุ หรือผิวพรรณ

– คำที่ใช้กดดัน ชี้นำ หรือขู่กลาย ๆ ให้รีบซื้อสินค้า

การมีกฎเหล่านี้จึงไม่ใช่การ “จำกัดเสรีภาพ” แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย โปร่งใส และเชื่อถือได้สำหรับทั้งผู้ขาย และผู้บริโภค

รวมคำต้องห้าม Facebook ยอดฮิต ที่ควรเลี่ยงเมื่อยิงแอด

หลายคนที่เริ่มยิงแอดโฆษณาเฟสบุ๊คใหม่ ๆ อาจจะไม่รู้ว่าข้อความในโฆษณามีผลต่อการอนุมัติเป็นอย่างมาก ไม่ใช่แค่ภาพหรือวิดีโอเท่านั้นที่ถูกตรวจสอบ แต่คำที่ใช้ก็ถูกระบบของ Facebook วิเคราะห์อย่างละเอียดเช่นกัน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการโฆษณาเกินจริง ละเมิดสิทธิ หรือให้ข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ดังนั้น ก่อนจะยิงแอดครั้งต่อไป ควรตรวจเช็กดูว่าโพสต์ของคุณใช้คำเหล่านี้หรือไม่ เพราะหากใช้โดยไม่รู้ตัว อาจทำให้โฆษณาไม่ผ่าน หรือแย่ที่สุดคือบัญชีโฆษณาถูกระงับการใช้งาน ลองมาดูตัวอย่างคำต้องห้ามที่ควรหลีกเลี่ยงกันค่ะ

คำต้องห้าม Facebook ในหมวดสถานพยาบาล

  • เก่งที่สุด
  • การผ่าตัดขั้นสูง 
  • การันตี ด้วยรางวัล
  • การโฆษณาเปรียบเทียบวิธีการกับคลินิกอื่น
  • กำเนิดเซลล์ผิวใหม่
  • กายภาพถึงบ้าน 
  • โกรทแฟคเตอร์ (Growth Factor)
  • การแพทย์แบบองค์รวม 
  • ขาวทั่วเรือนร่าง 
  • ของแท้ แน่นอน 
  • ขาวใส ยันชาติหน้า
  • ขึ้นชื่อเรื่องทำจมูก
  • ไขความลับ
  • ความปลอดภัยอย่างสูงสุด
  • คืนความสาว, คืนความสวย
  • คืนความอ่อนเยาว์ได้ในครั้งเดียว 
  • ความงามระดับสากล 
  • ความสวยรอไม่ได้ 
  • คิวทอง
  • ความสวยแบบไม่หลอกตา 
  • ครบทุกความเชี่ยวชาญ 
  • เครื่องมือรับรองโดย USA และไทย 
  • คอสเมติก เซอร์เจอรี่ Cosmetic Surgery 
  • คีเลชั่นบำบัด
  • ครบครัน 
  • ความเร็วแสง 
  • โค้ชความงามส่วนตัว 
  • ความนิยมเป็นอันดับต้น 
  • ความแม่นยำสูง (99.9%)
  • คลินิกความงามจากประเทศเกาหลี หรือประเทศอื่นๆ 
  • เครื่องมือแพทย์
  • ความงามเหนือกาลเวลา 
  • ผู้เชี่ยวชาญ
  • ชื่อดัง
  • ชะลอวัย (Anti-aging)

คำต้องห้าม Facebook ในหมวดอาหารเสริม หรือยาลดน้ำหนัก

  • ผอมทันใจ
  • หุ่นดีกว่าเดิม
  • ทลายไขมัน 
  • อ้วน หรือ ผอม
  • ผอมทันที
  • ขาใหญ่แขนใหญ่
  • ไม่โยโย่
  • ระเบิดไขมัน
  • เบิร์น 
  • เห็นผลครั้งแรกที่ใช้
  • ลดด่วน
  • อยากผอม

คำต้องห้าม Facebook ในหมวดมูเตลู ของขลัง หรือวัตถุมงคล

  • เปลี่ยนชีวิตใน 3 วัน 
  • เห็นผลทันที 
  • รับรองชีวิตดีขึ้นในพริบตา 
  • พลิกชีวิต
  • เปลี่ยนโชคชะตา 
  • ดึงดูดเงินล้าน 
  • รวยทันตาเห็น 
  • เสกโดยพระดัง 
  • เรียกโชคลาภ
  • แคล้วคลาดปลอดภัย
  • เมตตามหานิยม 
  • เสี่ยงโชค 
  • ถูกหวย 
  • ศักดิ์สิทธิ์

คำต้องห้าม Facebook ในหมวดทั่วไป

  • การันตีผล
  • ยินดีคืนเงิน
  • ได้ผล 100%
  • ได้ผลทันใจ
  • ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน เป็นต้น
  • รับประกันผล
  • การันตี 100%
  • เห็นผลภายใน … วัน
  • เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก

ยิงแอดเฟซบุ๊กให้ผ่านง่าย ไม่โดนแบน ต้องทำอย่างไร?

หากคุณเคยยิงแอดแล้วเจอโฆษณาไม่ผ่าน โดนเตือน หรือหนักสุดคือถูกปิดบัญชีโฆษณา อาจเป็นเพราะเนื้อหาในแอดละเมิดนโยบายของ Facebook โดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ คำต้องห้าม Facebook ภาพประกอบที่ไม่เหมาะสม หรือข้อความโฆษณาที่ชี้นำเกินจริง

ดังนั้น เพื่อให้แอดของคุณได้รับการอนุมัติเร็ว ไม่โดนรีวิวซ้ำซาก และปลอดภัยในระยะยาว นี่คือหลักการง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ ยิงแอดโฆษณาเฟสบุ๊คได้อย่างปลอดภัย 

  1. ใช้ถ้อยคำที่เน้นประสบการณ์ผู้ใช้ : เช่น ลูกค้าหลายคนพึงพอใจหลังใช้งาน หรือผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล”
  2. หลีกเลี่ยงคำสัญญา ให้เน้นประโยชน์ที่น่าเชื่อถือ : เช่น ผิวใสใน 3 วัน” เป็นช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง
  3. ใช้ภาพประกอบที่เหมาะสม : โดยหลีกเลี่ยงภาพ Before/After แบบชัดเจน หรือภาพร่างกายที่เน้นจุดบกพร่องเกินไป
  4. ศึกษานโยบายการโฆษณาของ Facebook อยู่เสมอ : มีการอัปเดตทุกไตรมาส เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาคุณยังปลอดภัยจากระบบตรวจสอบ

ก่อนยิงแอดโฆษณาเฟสบุ๊ค อย่าลืมตรวจสอบ “คำต้องห้าม Facebook” ทุกครั้ง

รู้ทันนโยบาย = รอดปลอดภัย เพราะการโพสต์ที่ผิดเพียงเล็กน้อย อาจทำให้แอดไม่ผ่าน หรือโดนจำกัดบัญชีโฆษณาแบบแก้ไขไม่ได้เลยก็มี การรู้ทันนโยบายจึงเป็นสิ่งสำคัญพอ ๆ กับการคิดคอนเทนต์ให้ปัง ยิงแอดให้ขายได้ ต้องยิงให้ปลอดภัยก่อน มาร์เก็ตติ้งกูรู เราพร้อมช่วยวางกลยุทธ์ วิเคราะห์เนื้อหา และพาแคมเปญของคุณวิ่งไกลแบบไม่โดนแบน

ติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษา ฟรี! 

โปรโมทเพจ Facebook ทำ Content Marketing ยิงแอด Facebook

การโปรโมทเพจ Facebook เป็นวิธีในการกระจายการรับรู้ และโฆษณาช่องทางออนไลน์ของธุรกิจผ่านทั้งการทำ Content Marketing และการยิงแอด Facebook แต่ทั้งนี้นั้น ธุรกิจจะต้องทราบถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงก่อน เพื่อให้การยิงแอดเฟสบุ๊คในครั้งนี้ มีประสิทธิภาพทั้งในส่วนของการเข้าถึง และสร้าง Conversion ได้ในอนาคต 

การโปรโมทเพจ Facebook สามารถทำอย่างไรได้บ้าง 

1. ยิงแอด Facebook โดยต้องรู้กลุ่มเป้าหมาย และความแตกต่าง

กลุ่มเป้าหมาย เป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญอย่างมาก ทั้งการทำ Content Marketing และการยิงแอดเฟสบุ๊ค ธุรกิจต้องรู้ว่า ลูกค้าเป็นกลุ่มคนไหน ทั้งเพศ ช่วงอายุ พฤติกรรมต่างๆ เพื่อให้สามารถกำหนดรูปแบบคอนเทนต์ และโฆษณาได้อย่างตรงจุด

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญ คือจุดเด่น และความแตกต่างของธุรกิจ ในกลุ่มสินค้าหรือบริการอุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งส่วนนี้ จะสามารถตอบคำถามได้ดีเลยว่า ธุรกิจจะตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายนั้นได้อย่างไร, ทำไมต้องเลือกซื้อหรือใช้บริการธุรกิจของเรา และจุดเด่นนี้เอง ที่จะช่วยให้สามารถสร้างสรรค์ Content Marketing ได้อย่างแตกต่าง และนำไปสู่การกำหนดทั้งกลุ่มเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ในการโปรโมทเพจ Facebook ได้อย่างเหมาะสม

ยกตัวอย่างเช่น

สินค้า เครื่องประดับจิวเวอรี่

  • กำหนดกลุ่มเป้าหมาย: เพศหญิง ช่วงอายุ 20-45 ปี สถานะโสด
  • จุดขาย: เครื่องประดับที่สวมใส่เพียงชิ้นเดียวก็สวยได้ ใช้ง่าย ราคาดี เน้นความหรูหรา 
  • คอนเทนต์ที่จะใช้ยิงแอดเฟสบุ๊ค: เปลี่ยนลุคธรรมดาให้กลายเป็นคุณหนู ด้วยเครื่องประดับสุดหรูในราคาเอื้อมถึง

2. สร้างสรรค์ Content Marketing ให้หลากหลาย

ใน 1 เพจ ควรมีการทำคอนเทนต์หลายรูปแบบ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจในคอนเทนต์ที่ต่างกัน ทั้งนี้ ในการออกแบบคอนเทนต์ ควรคำนึงถึงความเป็น Branding เพื่อคงไว้ซึ่งจุดยืนของธุรกิจอย่างชัดเจน หากยังไม่แน่ใจว่าเราควรโปรโมทเพจ Facebook ด้วยคอนเทนต์แบบไหนได้บ้าง แนะนำให้ลองสังเกตจากคู่แข่ง แล้วค่อยนำมาพิจารณาอีกครั้ง 

ตัวอย่างการโปรโมตเพจ Facebook โดยใช้คอนเทนต์ที่หลากหลาย 

สินค้า: เครื่องประดับจิวเวอรี่ 

  • คอนเทนต์ให้ความรู้: เลือกจิวเวอรี่อย่างไร ให้ถูกต้องตามสีผิว
  • คอนเทนต์ข่าวสาร: วงการจิวต้องรู้! เปิดตัวอัญมณีใหม่ ถูกใจสาวเจนซี
  • คอนเทนต์เทรนด์: หมูเด้งที่ว่าผิววาวใส ก็ยังไม่สู้จิวร้านเรา
  • คอนเทนต์รีวิวสินค้า: รีวิวจากผู้ใช้จริง: คุณ a ยืนยัน ใส่จิวแล้วผิวไม่คันแน่นอน
  • คอนเทนต์สัมภาษณ์: Q&A: สัมผัสแรก เมื่อได้สวมใส่จิวเวอรี่ร้านเรา  

3. มีแคมเปญหรือโปรโมชัน ประชาสัมพันธ์ด้วยการยิงแอด Facebook

การใช้แคมเปญหรือโปรโมชัน ถือเป็นการส่งเสริมการขายในรูปแบบหนึ่ง หากเรามีการออกโปรฯ ร่วมกับการยิงแอดเฟสบุ๊ค จะช่วยเพิ่มฐานการเข้าถึง และดึงดูดเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น ทำให้การโปรโมทเพจ Facebook ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

ตัวอย่างการสร้างแคมเปญเพื่อใช้ในการโปรโมทเพจ Facebook เช่น

  • โปรโมทเพจด้วยการแจกของรางวัลจากกิจกรรม
  • โปรโมทเพจด้วยการจัดโปรโมชันราคาพิเศษให้ผู้ที่กดไลก์หรือกดติดตาม
  • โปรโมทเพจโดยการจัดสินค้านาทีทองราคาพิเศษในไลฟ์สด

การโปรโมทเพจ Facebook วิธีนี้ ถือเป็นเพิ่มจำนวนการมีส่วนร่วมมากขึ้น เพราะส่วนใหญ่แล้ว เงื่อนไขคือจะต้องกระทำบางอย่างกับเพจ ทั้งกดไลก์ กดแชร์ กดติดตาม ซึ่งในส่วนนี้ ไม่จำเป็นต้องยิงแอดเฟสบุ๊คก็สามารถเพิ่ม Engagement ได้จริง

4. มีการ Collab ร่วมกับเพจอื่น หรือพาร์ตเนอร์

การร่วมมือกับเพจอื่น หรือพาร์ตเนอร์ ส่วนใหญ่แล้ว จะถูกนำเสนอผ่านคอนเทนต์ หรือกิจกรรมบางอย่างร่วมกัน โดยจะเป็นวิธีโปรโมทเพจ Facebook กับกลุ่มลูกค้าเดิม และขยายไปยังฐานลูกค้าใหม่ ที่มาจากกลุ่มของพาร์ตเนอร์และเพจอื่น เพิ่มการเข้าถึงหน้าเพจ Facebook พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมไปในตัวด้วย

5. อัปเดตเพจด้วยการใช้ Content Marketing, ยิงแอด Facebook หรือการคอมเมนต์

การทำ Facebook Page ต้องการอัปเดต และเคลื่อนไหวเสมอ เพื่อให้เพจดูมีตัวตนในโลก Social Media และแจ้งต่อผู้ติดตามว่าสามารถติดต่อธุรกิจผ่านช่องทางนี้ได้ โดยวิธีนั้น สามารถใช้เป็นการโปรโมทเพจ Facebook โดยใช้คอนเทนต์ต่างๆ ทั้งอัปเดตข่าวสาร แชร์เรื่องน่ารู้ Real-Time Content กิจกรรม Give A Way หรือการสร้างโพสต์พูดคุยกับผู้ติดตาม พร้อมทั้งนี้ การยิงแอด Facebook ก็ยังเป็นอีกวิธีหนึ่งที่นอกจากช่วยในการโปรโมทเพจ Facebook ได้แล้ว ยังเป็นการแจ้งต่อผู้ที่เห็นโฆษณา ว่าธุรกิจก็ยังมีช่องทางนี้เพื่อใช้พูดคุยได้เช่นกัน 

6. อัปเดต Facebook Story, Live สด และการทำวิดีโอผ่าน Facebook Reels 

ใช้ฟีเจอร์อื่นร่วมโปรโมทเพจ Facebook ร่วมกับ Content Marketing ทั้งการใช้ Facebook Story ที่อาจจะแชร์โพสต์มาลงไว้ หรืออัปดตกิจกรรมข่าวสารต่างๆ และการ Live สด พูดคุยกับผู้ติดตาม หรือ Live สดขายของ รวมถึงการทำคอนเทนต์ผ่าน Facebook Reels ก็ถือเป็นการโปรโมทเพจได้โดยไม่ต้องยิงแอดเฟสบุ๊คอีกด้วย 

      การโปรโมทเพจ Facebook สามารถทำได้หลายวิธี โดยมีทั้งแบบที่เสียเงิน และไม่เสียเงิน ทั้งนี้ แนะนำว่า ควรใช้ทุกวิธีร่วมกัน ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อสร้างการรับรู้ได้ในวงกว้าง การเป็นที่จดจำของแบรนด์ในกลุ่มลูกค้า รวมถึงสร้างสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าด้วยเช่นกัน 

      ให้เรื่องโปรโมทเพจ Facebook เป็นเรื่องง่าย จะยิงแอด Facebook หรือ Content Marketing ก็ทำได้แบบไม่ต้องลังเล ให้ MarketingGuru เป็นที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ให้ธุรกิจคุณ ทั้งช่วยกระตุ้น Engagement ทำคอนเทนต์เพิ่ม Conversion พร้อมดันยอดขายให้ธุรกิจเข้าหากลุ่มเป้าหมายได้ล้นหลามอีกด้วย

      🧡 ติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษา ฟรี! 🧡

      👉🏻 Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

      👉🏻 โทร 02-381-9045

      👉🏻 Line คลิก > https://page.line.me/marketingguru

      หรือแอด Line : @marketingguru

      MG-BLOG-AUG-2

      รู้จัก Facebook Video Ads ทำโฆษณา Facebook

      Facebook เป็น Social Media Platform ที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมทุกเพศทุกวัย ด้วยการเป็นแหล่งรวบรวมของคอนเทนต์, เรื่องราว รวมถึงข่าวสารที่หลากหลายรูปแบบ ส่งผลให้แพลตฟอร์มนี้ กลายเป็นแหล่งโซเชียลมีเดียประจำของใครหลายๆคน และด้วยเหตุผลดังกล่าว ส่งผลให้นักการตลาดออนไลน์ นำช่องทางนี้ไปสร้างเป็นหนึ่งใน Online marketing คือการทำ Facebook Ads นั่นเอง

      Facebook Ads หรือ โฆษณา Facebook นั้น มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน แต่ในบทความนี้ จะขอพาทุกคนไปทำความรู้จัก และทำความเข้าใจกับ Facebook Video Ads หนึ่งในรูปแบบโฆษณาที่เข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้ง่ายเลยก็ว่าได้ค่ะ

      Video Facebook Ads คืออะไร ?

      Facebook Video Ads คือการสร้างโฆษณา Facebook ในรูปแบบของวิดีโอ ซึ่งได้รับความนิยมและผลตอบรับที่ดีมาก เมื่อเทียบกับการทำโฆษณาในรูปแบบอื่น ด้วยการสื่อสารที่ผ่านภาพเคลื่อนไหวและเสียง ทำให้ง่ายต่อการบริโภคของผู้ชม โดยสามารถทำได้หลากหลายวัตถุประสงค์ ทั้งการเข้าถึง, การรับรู้, โปรโมตแคมเปญหรือโปรโมชัน รวมไปถึงสร้างภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากแบรนด์คู่แข่งด้วยเช่นกันค่ะ 

      ประเภทของ Facebook Video Ads

      1. In-Stream Video ads

      เป็นโฆษณา Facebook ที่คั่นระหว่างวิดีโอต่างๆ ซึ่งมีความยาว 60 วินาที โดย 15 วินาทีแรกนั้น ผู้ใช้งานไม่สามารถกดข้ามได้ แต่หลังจากนั้น จะเลือกได้ว่าต้องการดูต่อหรือกดข้าม เพื่อกลับไปดูวิดิโอที่เรากำลังรับชมก่อนหน้านี้

      1. Facebook Marketplace Video ads

      เป็น Facebook Ads ที่ปรากฏอยู่ในหน้าของ Facebook Marketplace

      1. Facebook Stories ads

      แบบโฆษณาแบบแนวตั้งและเต็มหน้าจอ จะปรากฏเมื่อเราดู Story ซึ่งมีความยาวประมาณ 15 วินาที แต่หากมีความยาวมากกว่านั้น จะเป็นการเล่นต่อเนื่องไปยังอีกหน้า Card ของ Story นั้นๆ

      1. Facebook Video Feed ads

      รูปแบบนี้จะอยู่บนหน้าฟีดของ  Facebook Video Feed เมื่อเราเลื่อนดูวิดีโอไปเรื่อยๆ จะปราฏโฆษณารูปแบบนี้แทรกขึ้นมาระหว่าง Organic Video

      ส่วนประกอบของ Facebook Video Ads

      โดยในส่วนนี้นั้น จะขออธิบาย โดยใช้ตัวอย่างจาก Video Facebook Ads ของ Blackmore

      1. Account Link 

      ชื่อแบรนด์ที่ผู้ใข้งานสามารถคลิกเพื่อไปยังหน้าเพจได้ ซึ่งด้านใต้ชื่อเพจ จะแสดงคำว่า Sponsor ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่านี่คือ Facebook ads

      • Primary Text 

      แคปชันหรือ Copy Writing ที่อธิบายเกี่ยวกับโฆษณานั้นๆ หากไม่ต้องการให้แสดง ‘อ่านเพิ่มเติม / Read more’ จะต้องมีความยาวไม่เกิน 125 ตัวอักษร

      • Video View

      Video Display โดยจะเริ่มเล่นอัตโนมัติ อาจจะเป็นการเปิดเสียงแบบอัตโนมัติ หรือแค่แสดงรูปภาพแล้วผู้ใช้งานสามารถกด Play เพื่อเริ่มเล่นก็ได้เหมือนกันค่ะ

      • Headline

      เป็นหัวข้อโฆษณา Facebook ซึ่งจะต้องมีความยาวไม่เกิน 40 ตัวอักษร เพื่อให้แสดงได้ครบแบบที่คำไม่ตกหล่น

      • ปุ่ม Call-to-action

      เป็นปุ่มที่ผู้ชมสามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดเพื่มเติม, ซื้อสินค้า, ทักข้อความ หรืออื่นๆที่แบรนด์กำหนดไว้ ซึ่งจะทำให้เราทราบ Conversion Rate ว่ามีผลเป็นอย่างไร จากการกดเข้ามาของผู้ชม

      ข้อกำหนดในการทำ Facebook Video Ads

      • ต้องเป็นไฟล์ประเภท MP4, MOV หรือ GIF
      • โฆษณาประเภท In-Feed Ads ควรใช้สัดส่วน 4:5 เพื่อแสดงได้แบบเต็มจอ
      • ความยาววิดีโอ มีได้ตั้งแต่ 1 วินาที – 240 นาที (สำหรับ In-Feed Ads)
      • ทุกรูปแบบควรมีขนาดไฟล์ไม่เกิน 4GB
      • Minimum Resolution ไม่ควรต่ำกว่า 1080×1080 px

       

      เคล็ดลับการทำ Video Facebook Ads 

      1.สร้างโฆษณา Facebook ให้เข้าใจ แม้จะไม่มีเสียงประกอบ 

      จากสถิติ Facebook เผยว่า 80% ของผู้ใช้งานไม่นิยมวิดีโอที่เปิดเสียงอัตโนมัติ ดังนั้น Facebook จึงได้พัฒนาการเล่น  Facebook Video Ads แบบปิดเสียง และสามารถกดเปิดเสียงได้ หากผู้ชมต้องการ

      นอกจากนี้ หากวิดีโอนั้น มีการเพิ่ม Subtitle จะช่วยเพิ่มการเข้าชมได้นานถึง 12%

      2.เรียกความสนใจภายใน 3 วินาที

      คอนเทนต์ที่น่าสนใจ จะไม่ทำให้เกิดการเลื่อนผ่าน ซึ่งหากผู้ชมกวาดสายตาดูในช่วง 3 วินาทีแรก แล้วอยากดูต่อ จะสามารถเพิ่มโอกาสในการขายได้ ดังนั้น ควรแทรกจุดขาย, Highlight หรือสิ่งที่ต้องการนำเสนอให้ได้ภายในช่วงแรก

      และจากสถิติ Facebook 33% ของผู้ชมจะหยุดดูวิดีโอจากแบรนด์ที่ตนชอบ การสร้างคอนเทนต์ที่ทำให้ผู้ชมเห็นแบรนด์ของเรา จะช่วยเพิ่ม Engagement ได้อีกทางหนึ่งด้วยเช่นกัน

      3.คำนึงถึง Mobile Friendly 

      ผู้ชมส่วนใหญ่นิยมใช้มือถือมากกว่า ดังนั้นในการออกแบบ Video ทั้งสัดส่วนและการแสดงของแคปชัน ควรคำนึงถึงการปรากฏในอุปกรณ์มือถือมากกว่าคอมพิวเตอร์

      4.Retarget ผู้ใข้งานที่เคยดูวิดิโอ

      เป็นการกระตุ้นการตัดสินใจของผู้ที่เคยซื้อหรือเป็นลูกค้าของแบรนด์อยู่แล้ว โดยใช้โฆษณา Facebook เพื่อสร้างการซื้อซ้ำ จากกลุ่มลูกค้าเดิม ถือเป็นการรักษาฐานลูกค้าด้วยค่ะ

      5.สร้าง Poll บนโฆษณา

      สร้าง  poll เพื่อให้ผู้ใข้งานสามารถแสดงความเห็นในรูปแบบของสติ๊กเกอร์ ซึ่งทาง Instagram Storie ก็สามารถทำได้เช่นกัน 

      ขอบคุณที่มา: Adepresso & stepstraining.co

      Facebook Video Ads ถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบโฆษณา Facebook ที่อยากจะแนะนำเหล่าร้านค้าออนไลน์ และธุรกิจที่มีช่องทางการตลาดออนไลน์ได้ลองทำค่ะ ด้วยการเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่ง่าย และได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ชม และหากเรารู้ถึงวิธีในการทำ รับรองว่า Chat ร้อนแรงดัง Fire เลยล่ะค่ะ 

      หรือใครที่กำลังมองหา Digital marketing agency เพื่อดูแลการตลาดออนไลน์ให้กับธุรกิจตนเอง อย่าลืมนึกถึง MarketingGuru นะคะ พร้อมให้บริการการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร ตอบโจทย์ทุกรูปแบบธุรกิจอย่างแน่นอนค่ะ 

      🧡 ติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษา ฟรี! 🧡

      👉🏻 Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

      👉🏻 โทร 02-381-9045

      👉🏻 Line คลิก > https://page.line.me/marketingguru

      หรือแอด Line : @marketingguru

      👉🏻 E-mail: [email protected]

      Read More...

      MG-Blog 2

      Google Ads VS Facebook Ads ทำการตลาดออนไลน์แบบไหนดี

      ในปัจจุบัน รูปแบบการตลาดออนไลน์มีให้เลือกหลากหลายช่องทาง ซึ่งนี่อาจจะเป็นโจทย์ให้กับแต่ละธุรกิจ ว่าเราควรจะใช้ช่องทางไหน ในการสร้าง Online Marketing ใช่ไหมล่ะ

      2 ในหลากหลายช่องทาง ที่ถือว่าเป็นคู่แข่งกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรคือ Google Ads และ Facebook Ads ซึ่งเจ้า 2 ตัวนั้น หลายๆคนอาจจะคิดว่าเหมือนกัน และสามารถใช้แทนกันได้ แต่จริงๆไอ้เจ้า 2 ตัวนี้มันต่างกันสิ้นเชิงเลยนะ แต่จะต่างกันอย่างไร วันนี้เรามีข้อมูลในส่วนนี้มาฝากทุกคนค่ะ

      ความแตกต่าง ที่ดูเหมือนจะคล้ายกัน.. 

      1. รูปแบบการทำโฆษณา
      • รูปแบบการทำโฆษณาบน Facebook Ads

      Facebook ทำการตลาดออนไลน์โดยใช้ข้อมูลจากความสนใจ พฤติกรรมผู้ใช้ ข้อมูลประชากร และอีกมากมาย ซึ่งการซื้อโฆษณา จะต้องยิงไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ และเลือกความสนใจให้ตรงมากที่สุด ช่องทางนี้ สามารถสร้างโฆษณาได้หลากหลายรูปแบบ และยิงได้ทั้งบน Facebook รวมถึง Instagram ด้วย

      • รูปแบบการทำโฆษณาบน Google Ads

      Google จะใช้คำค้นหา 9Keyword) ในการทำการตลาดออนไลน์ ซึ่งรูปแบบโฆษณาเอง ก็มีหลากหลายรูปแบบเช่นกัน ตั้งแต่โฆาณาที่เป็นลิงก์, Banner ตามเว็บไซต์ต่างๆ (GDN) และโฆาณาวิดีโอใน Youtube ด้วยเช่นกัน

      2. การเป็นคู่แข่งของ Google Ads และ Facebook Ads

      ต้องบอกว่าด้วยความคล้ายกันใน ‘รูปแบบของโฆษณา’ ทำให้กลายมาเป็นคู่แข่งแบบทางอ้อมก็ว่าได้ เพราะ Google มีบริการที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ Youtube และ Google My Business ที่ได้รับความนิยมในการทำการตลาดออนไลน์อย่างมาก โดยเฉพาะ Youtube จึงทำให้ Gacebook พยายามจะทำให้แพลตฟอร์มของตัวเองเป็นช่องทางในการสร้างโฆษณารูปแบบวิดีโอด้วยเช่นกัน ซึ่งต้องบอกว่า Facebook เอง ก็ปั้นคอนเทนต์ประเภทวิดีโอได้ไม่ด้อยไปกว่า Youtube เลยทีเดียวนะ

      แล้วสรุป Google Ads หรือ Facebook Ads ดีกว่ากัน

      การทำการตลาดออนไลน์ ไม่มีคำว่าดีกว่า เพราะจริงๆแล้วหากเรามีช่องทางการตลาดที่หลากหลาย ก็ทำให้ประสบความสำเร็จมากกว่าการมีช่องทางเดียว แต่แค่เราอาจจะต้องเลือก ว่าจะให้ความสำคัญหรือเน้นช่องทางไหนเป็นหลัก แต่ยังคงไม่ละทิ้งช่องทางอื่นๆ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายใน Customer Journey ที่หลากหลายขึ้นนั่นเอง

      จะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจของเราเหมาะกับ Google Ads หรือ Facebook Ads

      อย่างแรกคือต้องรู้ว่าจุดประสงค์ในการทำโฆษณานั้นเพื่ออะไร, ใครคือกลุ่มเป้าหมาย และวิธีการที่จะใชันั้นคืออะไร เช่น หากมองถึงเรื่องของความสนใจเป็นเกณฑ์ ให้มุ่งไปที่ Facebook Ads แต่หากเน้นการใช้คำค้นหา และมองว่ากลุ่มเป้าหมายในธุรกิจของเราต้องมาจากการค้นหา ให้เลือกใช้ Google เพียงเท่านี้ เราก็จะได้ช่องทางการตลาดออนไลน์ ที่เหมาะกับธุรกิจแล้วค่า 

      หรือหากใครยังตัดสินใจไม่ได้ ว่าควรใช้ Google Ads หรือ Facebook Ads ดี ตรงส่วนนี้ต้องมี Digital marketing agency แล้วค่ะ ติดต่อ MarketingGuru ได้เลยค่ะ เราพร้อมให้บริการ และช่วยให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณเติบโตของคุณได้แน่นอน

      ติดต่อ MarketingGuru

      Inbox Facebook: m.me/marketingguru.io

      โทร 02-381-9045

      Line: @marketingguru

      E-mail: [email protected]

      Read More...

      Social media marketing ไม่ได้มีแค่ Facebook ads

      ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าโลกของอินเทอร์เน็ตไปไกลมาก จากที่เมื่อก่อนมีแค่การพูดคุยสื่อสารที่สะดวกขึ้น แต่ตอนนี้นั้นถือเป็นช่องทางการทำเงินของหลายๆคนไปแล้ว ซึ่งเรียกกันในคำทางการว่า Social media marketing หรือที่หลายๆคนเข้าใจกันในคำว่า ‘การตลาดออนไลน์’ นั่นเอง 

      จริงๆแล้วคำว่า Social media marketing นี่คืออะไรกันนะ ?

      Social media marketing คือทำการตลาดออนไลน์ (Online marketing) บน Social media นั่นเอง ซึ่งทำได้ทั้งการโพสต์ขายแบบตรงๆทั้งในรูปแบบของภาพ ข้อความ และวิดีโอ หรือการเสียเงินสร้างโฆษณาให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นช่องทางที่เข้าถึงคนได้ง่าย เรียกได้ว่าแทบจะ 24 ชั่วโมงเลยก็ว่าได้ เพราะในปัจจุบัน การใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสูงกับชีวิตประจำวันของมนุษย์ ทำให้การตลาดในรูปแบบนี้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของหลายๆคน เช่น วัยทำงานที่ทุ่มทุกอย่างให้กับงาน จนแทบไม่มีเวลาซื้อนั่นนี่ การซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์ จึงเป็นสิ่งที่เหมาะกับคนกลุ่มนี้ ยิ่งมีโฆษณาเข้ามา ยิ่งทำให้การซื้อนั่นง่ายกว่าเดิมไปอีก เพราะไม่จำเป็นต้องค้นหาสินค้าหรือบริการที่ต้องการเอง แต่เข้าถึงจากโฆษณาได้เลย

      แล้ว Social media marketing นี่มีอะไรบ้างล่ะ ?

      แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงการตลาดออนไลน์แล้ว ช่องทางแรกๆที่หลายๆคนมักนึกถึงคือ Facebook ads หรือการยิงโฆษณาบนเฟซบุ๊ก เพราะเป็นอะไรที่พบเห็นบ่อยที่สุด แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า Social media marketing จะมีแค่ Facebook ads หรอกนะ อย่าลืมว่าบนโลกออนไลน์มันกว้างมากกกก และมนุษย์ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่พลิกทุกอย่างให้เป็นโอกาสได้อยู่แล้ว จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทุกวันนี้นั้น ช่องทางการตลาดออนไลน์ Social media marketing ถึงได้ผุดงอกขึ้นมามากมาย จนเรียกได้ว่าหากเข้าโซเชียลเมื่อไร เราจะเห็นการโฆษณาผ่านทุกช่องทางไปแล้ว เพราะมันเข้าถึงคนได้ง่ายมากนั่นเอง

      สรุป Social media marketing นี่แยกย่อยสาขาได้เป็นอะไรกันแน่ ?

      ต้องบอกว่าการตลาดออนไลน์นั้นแทรกอยู่ในทุก platform เลยล่ะ จึงทำให้ Social media markeing มีด้วยกันหลากหลายช่องทาง ยกตัวอย่างเช่น

      1. Facebook ads ช่องทางที่หลายคนคุ้นเคย เพราะเข้าถึงได้ง่ายสุดจากแอปฯสุด mass อย่างเฟซบุ๊ก และเรียกได้ว่าเป็นการโฆษณาที่ตามหลอกหลอนได้เยอะที่สุดเช่นกัน
      2. Instagram ads เคยเห็นพวก sponsor ตาม story ig หรือ ig post กันไหม? นั่นล่ะช่องทางทำกินทาง Instagram และปัจจุบัน ที่ Instagram เพิ่มฟีเจอร์อย่าง Instagram Reels ซึ่งเป็นสื่อประเภท VDO สั้น (คล้ายกับ Tik Tok) ทำให้เราอาจจะเห็นการโฆษณาจากฟีเจอร์ประเภทนี้อีกเช่นกัน 
      3. Line ads ทั้งในรูปแบบของการเปิด Line official account, การทำ line broadcast และการทำโฆษณาผ่าน Line today รวมถึงการขายของออนไลน์ผ่าน Line My shop ด้วยเช่นกัน 
      4. Twitter ads ก็คือการทวิตขายตรงๆ ติด Hashtag (#) ให้ผู้คนจดจำ ซึ่งเป็นช่องทางในการจับการตลาดแบบให้ทันกระแสและติดเทรนด์ได้รวดเร็วที่สุด
      5. Youtube ads VDO Platform ที่ใหญ่ที่สุดในโลกออนไลน์ ด้วยความนิยมนี้เอง ทำให้โฆษณาประเภท VDO ถูกเลือกใช้งานใน Platform นี้เป็นจำนวนมาก โดยมีทั้งแบบที่สามารถกดข้ามได้  และแบบที่บังคับให้ผู้ใช้งานดูจนจบ
      6. Tiktok ads อีกหนึ่ง platform ที่กำลังมาแรงในยุคนี้ เป็นการโฆษณาผ่าน VDO ที่จะแทรกเข้ามาเองในขณะที่คุณเปิดแอปฯนั่นเอง 
      7. LinkedIn Ads ชื่อนี้หลายๆคนอาจจะยังไม่คุ้น ซึ่งเป็นช่องทางในการทำการโฆษณาของธุรกิจแบบ B2B ซะมากกว่า เนื่องจากเป็น Platform ที่ไม่ได้อยู่ในกระแสมากนัก

      สรุปกันเลยแล้วกัน ว่า Social media marketing (SMM) ไม่ได้มีแค่การยิงแอดบนเฟซบุ๊กเท่านั้น แต่อยู่ในทุกช่องทางของ Social media เลยก็ว่าได้ ส่วนใครจะทำแบบไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจและกลุ่มเป้าหมายอีกนั่นแหละ ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นธุรกิจที่ต้องการเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นคนทั่วไป คงต้องเลือกเป็น Facebook ads หรือช่องทางอื่นๆที่เข้ากับกลุ่มเป้าหมายที่เจาะลึกไปกว่านั้น เช่น หากต้องการขายสินค้าให้กับกลุ่มที่รักการถ่ายรูป การทำโฆษณาลงใน Instagram อาจจะตอบโจทย์มากกว่า หรือถ้าเป็นธุรกิจที่เน้นแบบ B2B การทำ Linkedln Ads อาจจะเหมาะสมมากกว่านั่นเอง

       

      หรือหากใครและองค์กรไหน ต้องการให้ Digital marketing Agency ให้คำปรึกษา ดูแลรวมถึงเข้ามาจัดการเรื่อง Social media marketing MarketingGuru พร้อมให้บริการอย่างครบวงจรเช่นกันค่ะ 

       

      สามารถติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษาจาก MarketingGuru ได้ฟรี

      คลิก m.me/marketingguru.io  หรือโทร 02-381-9045 

      Read More...