วัดไหนฮิต! พระแม่องค์ไหนดัง! ขอพรต้องปัง สมหวังทั้งเรื่องความรัก การงาน โชคลาภ และสุขภาพ
แน่นอนว่าสายมูตัวจริงอย่างเรา พลาดไม่ได้เด็ดขาด!
นั่นก็เป็นเพราะว่าความเชื่อ คือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่ทำให้สายมูอย่างเราก้าวไปต่ออย่างมั่นใจ และตอนนี้หลายแบรนด์ก็นำเรื่อง “มูเตลู” มาดึงดูดผู้บริโภค จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ “มูเก็ตติ้ง (Muketing)” หรือการตลาดสายมู
แล้วการตลาดสายมูสร้างปรากฏการณ์ฮิตได้อย่างไร? วันนี้ มูเก็ตติ้ง… เอ้ย! มาร์เก็ตติ้งกูรู จะพาไปเจาะลึกกระแสมูสุดปัง ที่สายมูตัวจริงต้องตามให้ทัน
การตลาดสายมู (Muketing) คืออะไร?
Muketing มาจากคำว่า มูเตลู + มาร์เก็ตติ้ง หมายถึงกลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้ความเชื่อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือความมงคลมาเป็นส่วนหนึ่งในการสื่อสารกับผู้บริโภคที่มีความเชื่อเกี่ยวกับการมู โดยส่วนใหญ่จะนำเสนอ และทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจ และเป็นเพื่อนสายมูที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้ชีวิตดีขึ้น หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นการตลาดที่ทำให้คนรู้สึกโชคดี และแฮปปี้เวลาใช้แบรนด์ของคุณ
เหตุผลที่การตลาดสายมูได้รับความนิยม
การตลาดสายมูไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสชั่วคราว แต่กลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่หลายแบรนด์หยิบมาใช้อย่างจริงจัง นั่นเป็นเพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันมีความตึงเครียด และไม่แน่นอน ทำให้ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่เปลี่ยนไป และหันมาพึ่งเรื่องความเชื่อ เพื่อเป็นที่พึ่งทางจิตใจ ตอบโจทย์ในด้านความรู้สึก และความหวังในการดำเนินชีวิต โดยหลักๆ แล้วมีเหตุผล ดังนี้
– ตอบโจทย์ความต้องการด้านจิตใจ : ในยุคที่ทุกอย่างเคลื่อนไหวเร็ว ความเครียด และการแข่งขันก็สูงขึ้นตาม การมีแบรนด์ที่เข้าใจ และส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ผ่านแคมเปญเสริมดวงหรือสัญลักษณ์มงคล จะทำให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจ และผูกพันกับแบรนด์มากขึ้น
– สร้างการมีส่วนร่วม : Muketing ไม่ได้เป็นแค่การสื่อสารทางเดียว แต่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วม เช่น แชร์เลขมงคลที่ตัวเองชอบ, ทำคอนเทนต์เสริมดวง, หรือเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษในวันสำคัญ ยิ่งคนมีส่วนร่วมมาก กระแสก็ยิ่งไวรัลได้ง่าย
ข้อดี ของการทำการตลาดสายมู
1. ขยายฐานลูกค้า
ยุคที่ผู้คนมองหาที่พึ่งทางใจ และเพิ่มความหวังในการดำเนินชีวิต การตลาดสายมูจึงช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่มีความเชื่อในเรื่องมูเตลู ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่อาจไม่เคยสนใจแบรนด์มาก่อน
2. ช่วยให้แบรนด์โดดเด่นกว่าคู่แข่ง
ปัจจุบันตลาดสินค้า และการบริการคล้ายกันเต็มไปหมด การทำแคมเปญที่ผูกกับความเชื่อหรือดวง จึงช่วยทำให้แบรนด์ดูแตกต่าง และเป็นที่จดจำมากขึ้น เพราะไม่ใช่แค่ขายของ แต่ยังขายความรู้สึกดีให้ลูกค้ากลับไปด้วย
3. เพิ่มโอกาสในการสร้าง Viral
คอนเทนต์ที่เกี่ยวกับความเชื่อหรือดวงมักเป็นที่พูดถึง และทำให้ถูกแชร์ต่อในวงกว้าง อย่างเช่น การที่ลูกค้าได้ใช้สินค้าที่ทำให้รู้สึกโชคดี ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะบอกต่อ ทำให้แบรนด์เป็นกระแส และเติบโตอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างแบรนด์ที่เลือกทำ “Muketing”
1. 168 To Be Design X หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา
การตกแต่งภายในบ้านที่ผสมผสานกับหลักฮวงจุ้ย ช่วยเพิ่มความร่ำรวย อยู่แล้วมีความเจริญรุ่งเรือง สุภาพดี และเปิดรับสิ่งดีๆ เข้ามาในบ้าน
ขอบคุณรูปภาพจาก: https://shorturl.at/UJ8W6
2. เบอร์มงคล AIS ครบทุกศาสตร์
เบอร์มงคล AIS เสริมดวง เปลี่ยนชีวิตทั้งการเงิน การงาน สุขภาพ ความรัก เป็นแหล่งรวมเบอร์มงคล เบอร์ดี มากที่สุด เลือกเปิดเบอร์ใหม่เอไอเอสเบอร์มงคลแบบรายเดือน หรือเติมเงิน
ขอบคุณรูปภาพจาก: https://shorturl.at/Rm1fk
3. ศรีจันทร์ ลิปบาล์มมู
ลิปบาล์มเปลี่ยนสีตามค่า PH ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น โดยความพิเศษของคอลเลกชันนี้คือ นำเรื่องมูเตลูมาผสมผสานใช้แล้วปัง เสริมดวง 4 ด้าน สุขภาพ การเงิน โชคลาภ และความรัก
ขอบคุณรูปภาพจาก: https://shorturl.at/1h4kx
4. บัตรแรบบิทสายมู
บัตรแรบบิทคอลเลกชันพิเศษ Bring me luck ที่มีให้เลือกทั้งหมด 3 ลาย
– ลายท้าวเวสสุวรรณ : เทพแห่งการคุ้มครอง ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เสริมอำนาจ บารมี
– พระแม่ลักษมี : เทพแห่งความรัก ความงาม และความร่ำรวย
– ลายพระพิฆเนศ : เทพแห่งความสำเร็จ ไหว้ขอพรได้ทุกเรื่อง
ขอบคุณรูปภาพจาก: https://shorturl.at/uiANn
5. คอนแทคเลนส์สายมู
Kitty Kawaii X MTKlens คอนแทคเลนส์สายมูเจ้าแรกในไทย มีด้วยกัน 2 คอลเลกชัน
Collection 1 – Zodiac ศาสตร์แห่งดวงดาว ตัวเลข และสี
Collection 2 – The Element Of Success
ขอบคุณรูปภาพจาก: https://shorturl.at/DTzHB
สิ่งที่ควรระวังสำหรับการทำ Muketing
การตลาดสายมูนั้นเปรียบเสมือนดาบสองคม แน่นอนว่า หากใช้ไม่ดีก็อาจส่งผลเสียต่อแบรนด์ได้ ดังนั้นควรระวังเรื่องเหล่านี้เป็นพิเศษ
1. ไม่ควรโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง
แบรนด์ไม่ควรหลอกลวง สร้างความงมงาย หรือโฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็นจริง เพราะนอกจากจะผิดหลักจริยธรรมแล้ว อาจทำให้แบรนด์หมดความน่าเชื่อถือ และผิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคอีกด้วย
2. เจาะกลุ่มเป้าหมายให้ตรง
แม้คนส่วนใหญ่จะสนใจเรื่องมูเตลู แต่ทางแบรนด์ต้องแน่ใจว่ากลุ่มลูกค้าของคุณมีความเชื่อในเรื่องนี้จริง ๆ เพราะหากเลือกกลุ่มเป้าหมายผิด การสื่อสารก็จะไม่ตรงจุด และส่งผลด้านลบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์
3. ความขัดแย้งทางความเชื่อ
การนำเรื่องความเชื่อมาใช้ควรทำอย่างระมัดระวัง เพราะความเชื่อของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป หากใช้ไม่ถูกวิธีอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือการโจมตีจากกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยได้
4. คุณภาพสินค้าต้องมาก่อน
การที่แบรนด์จะประสบความสำเร็จด้าน Muketing การใช้ความเชื่อเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ การตลาดสายมูที่ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องเน้นที่คุณค่าของสินค้า และบริการควบคู่ไปด้วย เพราะหากสินค้ามีคุณภาพดีจริง ก็จะเกิดการบอกต่อ รวมถึงกลับมาซื้อซ้ำ
สุดท้ายแล้วเทรนด์การตลาดสายมู หรือ Muketing ก็ยังเป็นเทรนด์ที่ดึงดูดผู้บริโภคเป็นอย่างมาก สำหรับแบรนด์ใดที่สนใจทำการตลาด เพื่อดึงดูดผู้บริโภคสายมู สามารถติดต่อสอบถาม MarketingGuru เราพร้อมให้คำปรึกษา วางแผน และสร้างสรรค์แคมเปญที่ตอบโจทย์ และตรงใจลูกค้าสายมูของแบรนด์คุณ
ติดต่อเพื่อรับคำปรึกษา ฟรี!
Facebook: MarketingGuru – Digital Marketing Agency
Tel: 02-381-9045
Line: @marketingguru